Automatically translated.View original post

Himalayan pink salt. What kind is it used?

6/28 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “เกลือชมพูหิมาลัยมีประโยชน์อย่างไร” และ “เกลือหิมาลัยกินอย่างไรถึงจะเหมาะ” จากที่ลองใช้ในครัวเอง บอกเลยว่าแค่เปลี่ยนเกลือก็ทำให้รสชาติอาหารดูพรีเมียมขึ้นได้จริง โดยเฉพาะตอน “โรยปิดท้าย” กลิ่นและรสจะเด่นกว่าการใส่ลงไปต้ม/ผัดอย่างเดียว 1) เกลือชมพูหิมาลัยคืออะไร ต่างจากเกลือขาวไหม? โดยหลักๆ เกลือชมพูหิมาลัยก็คือเกลือ (โซเดียมคลอไรด์) เหมือนกัน สีชมพูมาจากแร่ธาตุบางชนิดที่ปนอยู่ตามธรรมชาติ หลายคนเลือกใช้เพราะรสเค็มนุ่ม ไม่แหลม และรู้สึกว่าอาหาร “กลม” ขึ้น โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการรสเค็มละมุน 2) เลือก “แบบไหนดี” ให้ตรงงานในครัว - แบบเม็ดละเอียด: เหมาะกับการปรุงระหว่างทำอาหาร เช่น หมักไก่ หมู ผัดผัก ทำซุป เพราะละลายเร็ว คุมรสง่าย - แบบเม็ดกลาง/เม็ดหยาบ: เหมาะกับการโรยจบ (finishing salt) บนสเต๊ก ไข่ดาว อะโวคาโดสลัด หรือเมนูอบ เพราะได้เท็กซ์เจอร์กรุบเล็กๆ และรสเค็มกระจายเป็นจุด ทำให้กินสนุกขึ้น - แบบใส่เครื่องบด: เหมาะกับคนชอบความหอมสดใหม่จากการบดใหม่ๆ ใช้งานง่ายวางไว้บนโต๊ะอาหารได้เลย 3) เกลือหิมาลัย “กินอย่างไร” ให้เหมาะกับแต่ละเมนู ทริคที่ใช้ประจำคือ “ใส่น้อยระหว่างทำ + โรยนิดเดียวตอนจบ” เช่น ทำไข่คนหรือซุป ใส่เกลือระหว่างทำแค่พอมีรส แล้วค่อยโรยเม็ดหยาบเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ จะได้รสเค็มที่ชัดแต่ไม่โดด 4) ประโยชน์ที่คนมักคาดหวัง vs ความจริงที่ควรรู้ หลายคนมองว่าเกลือชมพูเป็นสายสุขภาพ เพราะมีแร่ธาตุอื่นๆ ปนอยู่บ้าง แต่ในมุมการกินประจำวัน “โซเดียม” ยังเป็นตัวหลักเหมือนเดิม ดังนั้นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับสายทำอาหารคือเรื่องรสสัมผัสและความกลมกล่อมมากกว่า ส่วนเรื่องสุขภาพยังควรโฟกัสที่ “ลดปริมาณโซเดียมรวมต่อวัน” จะเวิร์กที่สุด 5) ข้อควรระวังและการเก็บรักษา - ใช้เกลือชมพูแทนเกลือปกติได้ แต่ไม่ควรเพิ่มปริมาณเพราะคิดว่าเฮลท์ตี้กว่า - ถ้ามีโรคไต ความดัน หรือแพทย์สั่งจำกัดโซเดียม ควรระวังเหมือนเกลือทั่วไป - เก็บในที่แห้ง ปิดฝาให้สนิท เพราะความชื้นทำให้เกลือจับตัวเป็นก้อน โดยเฉพาะแบบเม็ดละเอียด สรุปสำหรับคนที่อยากมี “เกลือดีๆที่ต้องมีติดครัว”: ถ้าจะให้ใช้งานครบ แนะนำมีอย่างน้อย 2 แบบคือ เม็ดละเอียดสำหรับปรุง และเม็ดหยาบสำหรับโรยปิดท้าย รับรองว่าช่วยยกระดับทุกเมนูได้แบบรู้สึกได้จริง