บิดาแห่งศาสตร์ “สุคนธบำบัด(Aromatherapy)
บิดาแห่งศาสตร์ “สุคนธบำบัด”
อโรมาเทอร์ราปี (Aromatherapy)
.
คำนี้ถูกใช้ครั้งแรก ในปี คริสตศักราช 1928 โดย Reกอ-Maurice Gattefosse นักเคมีชาวฝรั่งเศส
ซึ่งอยู่ในตระกูลที่ทำน้ำหอมมานาน เขาประสบอุบัติเหตุในท้องทดลอง ถูกไฟไหม้ที่แขน
.
ด้วยความบังเอิญจึงใช้ Lavender oil รักษาแผลไฟไหม้ ปรากฏว่าแผลที่เกิดจากไฟไหม้ ไม่ติดเชื้อ
.
จากนั้นจึงศึกษาค้นคว้าว่า Essential Oil ที่ได้จากธรรมชาติ ใช้ได ้ผลดีกว่าสารสังคราะห์ และได้ทำการศึกษาขยายผลไปยังน้ำมันหอมระเหยอื่นๆ
.
The "father of aromatherapy," René-Maurice Gattefossé, a French chemist from a family of perfumers, first coined the term in 1928.
.
After a laboratory accident left him with a badly burned arm, he accidentally treated the burn with lavender oil and discovered that the wound did not become infected.
.
This incident led him to research and conclude that natural essential oils were more effective than synthetic substances.
.
He then expanded his studies to include other essential oils.
.
#aromatherapy
#essentialoils
ถ้าคุณกำลังค้นหา “aromatherapy คืออะไร” แบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์คนใช้งานจริง เราขอสรุปให้แบบที่อ่านแล้วเอาไปใช้ต่อได้เลยค่ะ Aromatherapy (สุคนธบำบัด) คือการใช้น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) จากธรรมชาติ เพื่อช่วยดูแลอารมณ์ ความผ่อนคลาย และความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่าน “กลิ่น” เป็นหลัก จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าเป็นแค่น้ำหอม แต่จริงๆ น้ำมันหอมระเหยเป็นสารสกัดเข้มข้นจากพืช (ดอก ใบ เปลือกไม้ ราก) และวิธีใช้ต้องเหมาะสมกว่าน้ำหอมทั่วไป จากเรื่องราวต้นกำเนิดที่เกี่ยวกับ Lavender oil (ลาเวนเดอร์) หลายคนเลยเริ่มต้นกับกลิ่นนี้ก่อน เพราะเป็นกลิ่นที่ใช้ได้ง่ายและให้ฟีลผ่อนคลาย โดยส่วนตัวเวลาอยาก “ปิดโหมดคิดเยอะ” ก่อนนอน ฉันจะเลือกใช้ลาเวนเดอร์แบบกระจายกลิ่นในห้อง ทำให้บรรยากาศนุ่มลงจริงๆ แต่ก็พยายามไม่ทำให้กลิ่นแรงเกินไป วิธีใช้ aromatherapy ที่คนใช้กันบ่อย (เลือกแบบที่เหมาะกับบ้าน/ไลฟ์สไตล์) 1) การสูดดม/กระจายกลิ่น: ใช้ diffuser หรือหยดบนทิชชู่แล้ววางใกล้ตัว เหมาะกับการสร้างบรรยากาศ เช่น ช่วงทำงาน ช่วงพักผ่อน 2) ทาผิวแบบเจือจาง: ต้องผสมกับน้ำมันตัวพา (carrier oil) ก่อนเสมอ เช่น โจโจบา/อัลมอนด์ ไม่ควรทา essential oil เพียวๆ เพราะอาจระคายเคือง 3) แช่น้ำ/สปาเท้า: เหมาะกับวันที่เหนื่อยมากๆ แต่ต้องผสมให้กระจายตัวก่อน (ไม่หยดลงน้ำตรงๆ แบบเพียว) ทริคเลือกน้ำมันหอมระเหยให้คุ้มและปลอดภัย - ดูคำว่า “100% essential oil” และชื่อพืชเป็นภาษาละตินบนฉลาก (ช่วยให้รู้ว่าเป็นชนิดไหน) - ถ้าเพิ่งเริ่ม อย่าเริ่มจากกลิ่นที่ฉุนมาก เลือกกลิ่นกลางๆ เช่น Lavender, Sweet Orange, Peppermint (แต่เปปเปอร์มินต์อาจแรงสำหรับบางคน) - ทดลองทีละน้อยและสังเกตตัวเอง เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อกลิ่นไม่เหมือนกัน ข้อควรระวังที่อยากบอกต่อ - ห้ามรับประทานน้ำมันหอมระเหยเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล - ระวังเด็กเล็ก คนท้อง สัตว์เลี้ยง และคนที่มีภูมิแพ้/หอบหืด กลิ่นบางชนิดอาจกระตุ้นอาการได้ - ถ้าใช้กับผิว แนะนำทดสอบแพ้ (patch test) ก่อนทุกครั้ง สรุปสั้นๆ: aromatherapy ไม่ใช่เรื่องลึกลับเลยค่ะ เริ่มจากทำความเข้าใจว่า essential oils คือสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ เลือกวิธีใช้ให้เหมาะ และเริ่มจากกลิ่นที่เข้ากับชีวิตประจำวันของเรา เท่านี้ก็สนุกกับสุคนธบำบัดได้แบบปลอดภัยและมีคุณภาพแล้ว