Review Planner 2026✨ Mission to the moon
Here it comes. Planner review of the mission to the moon of 2026.
This year, let's choose red. Bright. ❤️
The thickness is the same as 2025, there is an inside pattern, like to have a Monthly meal plan, and then there are Quarterly goals ~
# planner2026 # Mission to the moon # missiontothemoonpodcast # Diary # Drug sign
หลังจากได้ลองเปิดดู Mission to the Moon Planner 2026 (INNERGY PLANNER) แบบละเอียด สิ่งที่ชอบคือโครงสร้างข้างในทำให้ “เริ่มวางแผน” ได้ทันที ไม่ต้องคิดเยอะ เหมาะกับคนที่อยากกลับมาโฟกัสเป้าหมายแบบเป็นระบบ แต่ยังมีพื้นที่ให้จดแบบไดอารี่ได้ด้วย 1) หน้า Before We Begin / ทบทวนปีเก่า ส่วนนี้เป็นเหมือนการตั้งหลักก่อนเริ่มปี 2026 มีคำถามชวนคิดเกี่ยวกับปี 2025 ที่ผ่านมา (ทบทวนตัวเองก่อนเริ่มปีใหม่) เราแนะนำให้ทำในวันเดียวแบบเงียบๆ แล้วจดให้จริงจัง เพราะมันช่วยให้ “ตั้งเป้า” ไม่หลุดจากสิ่งที่เราอยากเป็นจริงๆ 2) Yearly Plan + 2026 Inner Chart สำหรับคนที่ชอบภาพรวมทั้งปี หน้า Yearly Plan ช่วยให้เห็นกิจกรรม/หมวดหมู่ที่ต้องทำตลอดปี ส่วน Inner Chart จะเหมาะกับการเช็กสมดุลชีวิต (งาน สุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ ฯลฯ) เราใช้วิธีไฮไลต์สีเดียวกับธีมแพลนเนอร์ จะกลับมาเปิดดูง่ายมาก 3) Create Your Vision Board จุดนี้ทำให้แพลนเนอร์สนุกขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ตาราง แต่เป็นพื้นที่ “สร้างแรงจูงใจ” เราแปะรูป/ข้อความสั้นๆ ที่อยากเห็นทุกวัน เช่น เป้าหมายสุขภาพ ทริปที่อยากไป หรือคำที่เตือนสติ เวลาหมดไฟแค่เปิดหน้านี้ก็ช่วยได้จริง 4) Set Your Quarterly Goals (ไฮไลต์ของปีนี้) การตั้งเป้ารายไตรมาสช่วยให้เป้าหมายใหญ่ไม่ไกลเกินเอื้อม ในแต่ละไตรมาสมีช่องให้เขียนเป้าหมาย เหตุผล และขั้นตอนแอ็กชัน แนะนำให้ตั้ง 1–3 เป้าหมาย/ไตรมาสพอ แล้วแตกเป็นงานเล็กๆ จะทำต่อเนื่องกว่า 5) Monthly Meal Plan + Habit Tracker (เพิ่มแล้วถูกใจ) Monthly Meal Plan เหมาะมากกับคนที่อยากคุมอาหาร/ประหยัดค่าใช้จ่าย เราใช้จด “ไอเดียเมนู” รายสัปดาห์แทนการกำหนดเป๊ะทุกวัน แล้วค่อยปรับตามชีวิตจริง ส่วน Habit Tracker ช่วยติดตามนิสัย เช่น ดื่มน้ำ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ทำให้เห็นชัดว่าช่วงไหนหลุดและต้องกลับมายังไง 6) Monthly Review เดือนไหนเหนื่อยหรือยุ่งมาก หน้านี้ช่วยสรุปได้ดี มีช่องให้เขียนช่วงเวลาที่ชอบ สิ่งที่ควรหยุด/เริ่ม/ทำต่อ และให้คะแนนด้านต่างๆ เราชอบใช้มันเป็น “สรุปบทเรียน” ก่อนขึ้นเดือนใหม่ ทำให้ปีทั้งปีไม่ผ่านไปแบบไวๆ โดยไม่เหลืออะไร 7) รายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้ใช้งานสนุก ในเล่มมีคำคม/แนวทางให้กำลังใจ (เช่นหน้า How to instantly feel better) และมีสติกเกอร์หลายแผ่นไว้ตกแต่ง ช่วยให้การจดไม่น่าเบื่อ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มทำแพลนเนอร์แต่กลัวจะทิ้งกลางทาง ทริคส่วนตัว: ถ้าพึ่งเริ่มใช้ แนะนำให้เริ่มจาก “Quarterly Goals + Habit Tracker” ก่อน พอทำได้ต่อเนื่องแล้วค่อยเพิ่ม Vision Board และ Monthly Review จะรู้สึกว่าแพลนเนอร์ช่วยชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ของสวยๆ







