อ่านแล้วอาจมีความสุขอย่างแท้จริงก็ได้นะ😊
📖✨ สรุปหนังสือ “สู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยพีระมิดสามสุข (The Three Happiness)”
หนังสือเล่มนี้อธิบายว่า “ความสุข” ไม่ได้เกิดจากเงิน ความสำเร็จ หรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างความสุข 3 ชั้นให้สมดุล เปรียบเหมือนพีระมิดที่ต้องสร้างจากฐานขึ้นไป
🔺 1. เซโรโทนิน (Serotonin Happiness) – สุขจากสุขภาพกายและใจ
* นอนหลับให้เพียงพอ
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* รับแสงแดดยามเช้า
* อยู่กับปัจจุบันและดูแลสุขภาพตัวเอง
❤️ 2. ออกซิโทซิน (Oxytocin Happiness) – สุขจากความรักและความสัมพันธ์
* ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่รัก
* แสดงความขอบคุณและความเมตตา
* สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
* การให้และการช่วยเหลือผู้อื่นเพิ่มความสุขได้จริง
🏆 3. โดพามีน (Dopamine Happiness) – สุขจากความสำเร็จ
* การบรรลุเป้าหมาย
* การเติบโตและพัฒนาตัวเอง
* รายได้ ความสำเร็จ และความภาคภูมิใจ
🍀และแล้วเรากึอ่านจบซักทีดีใจ เราขอบคุณหนังสือจริงๆที่ทำให้เรามีสมาธิและมีความสุขกับการอ่าน และได้ข้อคิดดีๆหลายอย่าง บางทีเวลาเรารู้สึกไม่มีความสุข ลองหยิบหนังสือมาอ่านดูซัก 1 ชั่วโมง บางทึมันอาจทำให้เราลืมความเครียดไปก็ได้นะ😊🍋📚✨
#thethreehappiness #รีวิวหนังสือ #สรุปหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #ข้อคิดดีๆ
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้อ่านและลองนำแนวคิดพีระมิดสามสุขไปปรับใช้ ทำให้เห็นชัดเจนว่าความสุขที่มั่นคงเกิดขึ้นได้จากการสร้างสมดุลในทั้งสามด้านจริงๆ โดยเฉพาะสุขภาพกายและใจ (เซโรโทนิน) การนอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังในการใช้ชีวิตประจำวัน การได้รับแสงแดดยามเช้าช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและเพิ่มความสุขทางชีวภาพได้อย่างดี ด้านความรักและความสัมพันธ์ (ออกซิโทซิน) การใช้เวลากับคนที่รัก เช่น ครอบครัวหรือเพื่อนสนิท การแสดงความขอบคุณและความเมตตาต่อกัน สร้างความผูกพันที่อบอุ่นและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยในจิตใจ นอกจากนี้การช่วยเหลือผู้อื่นยังเสริมสร้างความสุขแบบยั่งยืนมากกว่าที่คิด สุดท้ายคือความสุขจากความสำเร็จส่วนตัว (โดพามีน) การตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมและการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและได้รางวัลแห่งความพยายาม ไม่จำเป็นต้องวัดจากจำนวนเงินหรือชื่อเสียงเท่านั้น แต่หมายถึงการเติบโตในด้านต่างๆ ของชีวิต สรุปแล้ว การทำความเข้าใจตามหลักพีระมิดสามสุขไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสุขในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังลดความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้และสังเกตผลในชีวิตดู แล้วคุณจะพบว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยจริงๆ




แต่สุขจากข้อ2มันมีสุขปนทุกข์ในทางทฤษฎีมันแค่วิจัยจากกฎเกณฑ์ด้านเดียวคือถ้ารักแบบวิทย์ด้านร่ากายมีสารฟีโลโมนสารความสุขหลั่งออกมาแต่เขาไม่รวมกว่าจะได้ความสุขต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการต้องทำงานแลกครับเราควรดูเป็นแนวทาง อย่างคุ่รักกันก้อตื่นเต้นปีแรกเท่านั้นที่เหลืออยุ่ที่การกระทำร่วมกันทั้งน้าน