Automatically translated.View original post

Park more than drive!!!

3/11 Edited to

... Read moreหลายคนที่ค้นหา “ฟอร์จูนเนอร์ 2016” มักอยากรู้ว่าเหมาะกับการใช้งานจริงแค่ไหน โดยเฉพาะคนที่ขับน้อยเหมือนผม (เฉลี่ยปีละประมาณ 9,000 km.) เลยอยากมาเติมข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ ทั้งมุมคนใช้งานและมุมคนหารถมือสองครับ 1) ฟอร์จูนเนอร์ 2016 เหมาะกับใคร ถ้าคุณต้องการ SUV 7 ที่นั่ง โครงสร้างแข็งแรง นั่งสูง มองเห็นทางดี และมีภาพลักษณ์ “รถครอบครัว/รถลุย” Fortuner 2016 ยังเป็นตัวเลือกยอดนิยม โดยรุ่น 2.8 ดีเซลแรงบิดดี เวลาออกตัว แซง หรือขึ้นเขา ทำได้สบาย ส่วนคนที่ขับน้อยก็เหมาะ เพราะเครื่องดีเซลตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องความทน แต่ต้องดูการดูแลตามระยะด้วย ไม่ใช่ดูแค่เลขไมล์อย่างเดียว 2) ขับน้อย “ดี” แต่มีจุดที่ต้องระวัง รถที่จอดมากกว่าขับไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป สิ่งที่ผมเจอคือ - แบตเตอรี่เสื่อมไวขึ้นถ้าจอดนาน ๆ - ยางอาจแข็ง/แตกลายงาได้แม้ดอกยังลึก (ดูปีผลิตยาง) - ของเหลวบางอย่างเสื่อมตามเวลา เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น - ระบบเบรกมีโอกาสเกิดคราบสนิมที่จานเบรกจากการจอด ดังนั้นถ้าดูคันที่ “วิ่งน้อยไปไหม!!!” ให้เช็กประวัติการเข้าศูนย์/อู่ และดูว่ามีการถ่ายของเหลวตามเวลาไหม 3) เช็กลิสต์ก่อนซื้อ Fortuner 2016 มือสอง - ประวัติชนหนัก/น้ำท่วม: ดูรอยพ่นสี น็อตฝากระโปรง-บานพับ รอยเชื่อม คานหน้า-คานท้าย - ช่วงล่างและพวงมาลัย: ทดลองขับเจอถนนขรุขระ ฟังเสียงกุกกัก ตรวจโช้ค/บูช - ระบบขับเคลื่อน 4WD (ถ้าเป็น 4WD): ลองเข้าโหมดตามคู่มือ ให้ช่างตรวจรอยรั่วที่เฟืองหน้า-หลังและเพลากลาง - เครื่อง 2.8 ดีเซล: สตาร์ตตอนเครื่องเย็น ฟังเสียงเดินเบา ควันผิดปกติ และเช็กการรั่วซึม - เกียร์: ลองออกตัว-เร่งแซง-ชะลอ สังเกตอาการกระตุกหรือรอบลอย - ภายใน 7 ที่นั่ง: ลองพับเบาะแถว 2-3 เช็กกลไกล็อกและเสียงรบกวน 4) ค่าใช้จ่ายที่ควรเผื่อ (สำหรับคนขับปีละ ~9,000 กม.) ถึงวิ่งน้อยก็ยังควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามเวลา (เช่น 6 เดือน/1 ปีตามสเปกที่ใช้) และอย่าลืมของเหลวอื่น ๆ ตามอายุรถ รวมถึงยางที่อาจต้องเปลี่ยนเพราะอายุ แม้ไมล์ไม่สูง สรุปคือ Fortuner 2016 ยังเป็นรถที่น่าใช้มาก โดยเฉพาะถ้าคุณได้คันที่ดูแลดี มีประวัติชัด และตรวจสภาพครบ ๆ รถไมล์น้อย/ขับปีละ 9,000 km. จะคุ้มขึ้นอีกเมื่อการบำรุงรักษาทำถูกจังหวะและถูกวิธีครับ