กว่าจะเงินเดือน 50K ทำได้ยังไง?

👋🏻 สวัสดีครับ เพื่อนๆ กำลังค้นหาตัวเองอยู่หรือเปล่า ว่าเราจะทำงานอะไรดี? อยากเงินเดือนเยอะๆ ควรทำอาชีพอะไร?

.

โพสนี้จะมาแนะนำสายอาชีพนึงที่ จขพ. ทำอยู่…นั่นก็คืออาชีพ โปรแกรมเมอร์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่ตกงาน ถ้าเราปรับตัวกับเหตุการณ์ต่างๆในอนาคตได้ เช่น รับมือกับ AI ที่จะมาแย่งงานเรา !! สิ่งสำคัญเลยคือ ต้องขยัน แต่ไม่ถึงกับเสีย Work Life Balance นะ จขพ. เลิกงานมาก็กลับบ้านมานั่งเล่นเกมได้ชิลๆ

.

✨ ข้อดี

1. เงินเดือนดี

2. ได้ทำงานแบบ Work From Home หรือ Hybrid

3. มี Career Path ที่ชัดเจน (Junior ➡️ Middle ➡️ Senior ➡️ Team Lead ➡️ Manager/Specialist ➡️ Director/Expert)

4. ประหยัดค่าเดินทาง

5. ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทาง (หลายคนเหนื่อยเพราะเดินทางนี่แหละ วันนึงเดินทางไปกลับก็ 2-4ชม.)

.

⚠️ ข้อเสีย

1. สายตา (ได้ใส่แว่นแน่ๆเพราะจ้องคอมอยู่ตลอด ถ้าคุณไม่สายตาสั้น ถือว่าโชคดีมากๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็คงทำเลสิกกันปะ 😂)

2. Office Syndome แผ่นแปะปวดหลังต้องเข้า 😂

3. อ้วน (นั่งทำงาน ไม่ค่อยได้ลุกไปไหน)

.

💻 จะทำงานในสายโปรแกรมเมอร์ได้อย่างไร?​

✅ ไม่จำเป็นต้องจบตรงสาย

✅ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

✅ มี Self Learning (สามารถศึกษาหาความรู้เองได้ แต่ถ้ามีคนช่วยจะเรียนรู้ได้เร็ว)

✅ ภาษาอังกฤษ (ถ้าทำงานที่ไทย ขอแค่อ่านได้ก็พอ เพราะเนื้อหาหรือคอร์สเรียนต่างๆส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงอินเดีย 😂)

✅ มีประสบการณ์ ข้อนี้สำคัญที่สุด ‼️

.

🚨 ประสบการณ์ หาจากไหน?

1. ฝึกงาน

2. ทำโปรเจคเล็กๆ เก็บไว้บน GitHub (พื้นที่เก็บโปรเจคที่ข้างในจะมีโค้ดอยู่มากมายที่เราเขียน อารมณ์คล้ายๆ Google Drive)

.

การฝึกงาน > ทำโปรเจคเล็กๆบน GitHub

เพราะเราได้รับประสบการณ์จริงๆ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร ได้เห็นวิธีการทำงาน และ ได้เงิน ถึงแม้ว่าฝึกงานจะได้เงินไม่เยอะ แต่อนาคตยิ่งเรามีประสบการณ์เยอะ เงินเดือนเยอะขึ้นตามแน่

.

📍เราจะหาที่ฝึกงานหรือหางานทำได้ที่ไหน

1. Linkedin

2. JobsDB

.

ถ้าฝึกงานให้ค้นหาที่เป็น Intern / Internship

.

ถ้าเพื่อนๆได้ฝึกงานหรือได้ทำงานครั้งนึงแล้วรับรองว่า หางานต่อๆไป ไม่ยากแล้ว ขอแค่เรา *ไม่ยอมแพ้*

มีหลายๆคนเสียใจ หมดกำลังใจที่จะหางาน เพราะว่าทำไมบริษัทไม่รับเราซะที

.

อยากจะบอกเพื่อนๆว่า ใครๆก็ต้องเจอ 👊🏻

จขพ. ก็เจอเหมือนกัน ผิดหวังกับหลายๆเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียนจนไปถึงเรื่องหางาน สมัครไปหลายที่ แต่ไม่ติดสักที่ก็มี

.

ถึงแม้ว่าคุณทำข้อสอบได้ดี แต่พอตอนสัมภาษณ์อาจจะมีความคิดที่ต่างกัน ทางบริษัทก็อาจจะไม่เลือกเราก็ได้

.

ให้เราเผื่อใจไว้เสมอๆ กับทุกๆเรื่อง ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่เราต้องการ อยู่ที่จังหวะแล้วก็โชคด้วย เข้มแข็งให้มากๆนะ 💪🏻

.

อยากจะให้เพื่อนๆเก็บประสบการณ์การสอบ หรือ การสัมภาษณ์ ไว้ให้มากๆ อะไรที่เราตอบไม่ดี หรือ ทำพลาด ก็เก็บไว้ใช้กับที่ใหม่นะ

.

*สำคัญเลยคือความจริงใจ อย่าโกหก เป็นตัวของตัวเองที่สุด*✌🏻

.

💵 ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี?

สำหรับงานที่แรก อย่าคาดหวังว่าจะต้องเงินเดือนที่สูงเลย อยากให้เราโฟกัสประสบการณ์ก่อน เพราะเราจะเอาประสบการณ์ตรงนี้ ไปใช้ต่อในงานที่ถัดไป แต่สำหรับสายอาชีพนี้ เริ่มต้นน่าจะ 20-25k ก็ไม่แย่

.

สำหรับงานที่ถัดๆไป ให้เราเอาฐานเงินเดือนเดิมเป็นตัวตั้ง และ เพิ่มไปอีกสัก 30%-50% กำลังดี ถ้าเพิ่มไม่เยอะก็ไม่ควรออกจากที่เก่า เช่น ถ้าฐานเงินเดือน 20k+30% = 26K เพื่อนๆสามารถเรียกมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเพื่อนๆกล้าเรียก บริษัทก็กล้าให้ แต่เราต้องมั่นใจด้วยนะว่าเราจะทำได้

💡เคล็ดไม่ลับ: สมมุติว่าเราอยากได้เงินเดือน 40k ให้เราเรียกเงินเดือนประมาณ 42k สำหรับเผื่อให้ HR ต่อรองเงินเดือน แต่ถ้าได้ 42k เลยก็ถือว่าโชคดีไป

.

🎓 การศึกษา

คณะวิทยาศาสตร์ สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ (จบได้เพราะเพื่อนดี 😂)

.

💼 ประสบการณ์ทำงานของจขพ.

1. ฝึกงาน (Software Engineer) 6 เดือน: เงินเดือน 8k

2. บริษัท1 (Full Stack Developer) ทำงาน 3 ปี: เงินเดือนเริ่มต้น 20k จบที่ 35k

3. บริษัท2 (Platform Services Engineer) ปัจจุบัน: เงินเดือนเริ่มต้น 40k ตอนนี้ 50k

จริงๆถ้าเปลี่ยนงานบ่อย คงอัพเงินได้มากกว่านี้ แต่เหนื่อยที่จะสัมภาษณ์และโอเคกับงานที่ทำอยู่มากๆ รวมถึงเพื่อนร่วมงานก็ดีมากด้วย

ปล. ยิ่งเงินเดือนเยอะ ความรับผิดชอบก็จะมาก ความคาดหวังของผู้จ้างจะสูง แต่ผมเชื่อว่าทุกๆคนก็ทำได้ เพราะขนาดผมยังทำได้เลย คณิตไม่เก่ง วิทย์ไม่เก่ง อังกฤษพอใช้ มหาวิทยาลัยสอนวิธีการคิด แต่ประสบการณ์มาจากการทำงานล้วนๆ

สุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคน ที่กำลังหางาน หรือ ค้นหาตัวเองนะครับ อยากปรึกษาอะไรก็คอมเม้น หรือ ทักส่วนตัวมาก็ได้นะครับ ยินดีที่จะช่วย ✌🏻

.

อ่อ และก็ฝากติดตามเฟสบุ๊คแฟนเพจ หนุ่มออฟฟิศ - Office Boy’s Pick ด้วยนะครับ จะโพสเรื่องไลฟ์สไตล์หนุ่มออฟฟิศ และ โปรโมชั่น คุ้มๆบน Shopee ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 🥰

.

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนอะไรแบบนี้ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ 🙏

#วันละโพสต์ #อาชีพในฝัน #เปลี่ยนสายงาน #รายได้ดี

#ทำงานอะไรดี

2025/10/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “โปรแกรมเมอร์ การ์ตูน” แล้วคาดหวังว่าจะได้เนื้อหาที่อ่านง่าย เห็นภาพเร็วๆ เหมือนสรุปเป็นช่องการ์ตูน/อินโฟกราฟิก เลยอยากแชร์ทริคที่ผมใช้ตอนเริ่มสายนี้ ให้เอาไปต่อยอดกับโพสต์หลักได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน (อ่านแล้วทำตามได้จริง) 1) ถ้าอยากทำคอนเทนต์ “โปรแกรมเมอร์แบบการ์ตูน” ให้คนเข้าใจเร็ว - เปิดด้วย 1 ฉากชีวิตจริง: นั่งทำงานหน้าคอม/แล็ปท็อปในคาเฟ่ แล้วโยนคำถามใหญ่ เช่น “ทำไมเงินเดือนสายนี้ขึ้นไว?” - ต่อด้วย 2 ช่องสรุป “ข้อดี/ข้อเสีย” แบบที่คนชอบเซฟ: รายได้ดี, WFH/Hybrid, มี Career Path ชัด vs สายตาล้า, Office Syndrome, น้ำหนักขึ้น - ปิดท้ายด้วย 1 ช่องให้กำลังใจแนว “อย่ากดดันตัวเอง แข่งกับตัวเอง” เพราะคนหางานส่วนใหญ่เครียดและต้องการแรงใจ 2) Roadmap สั้นๆ (เอาไปทำเป็นการ์ตูน 4 ช่องได้) ช่อง 1: เลือกสายที่อยากลอง (Frontend/Backend/Full Stack/Platform) ช่อง 2: เรียนพื้นฐาน + ทำ Mini Project (ให้มีของโชว์) ช่อง 3: อัปขึ้น GitHub พร้อม README อธิบายว่าโปรเจกต์ทำอะไร ใช้เทคอะไร รันยังไง ช่อง 4: สมัครฝึกงาน/งานแรกใน LinkedIn, JobsDB แล้วเก็บ Feedback จากการสัมภาษณ์ 3) โปรเจกต์แบบไหน “ดูเป็นงานจริง” มากกว่าการบ้าน - เว็บ CRUD ง่ายๆ แต่มี Login/Role (ผู้ใช้/แอดมิน) + เชื่อมฐานข้อมูล - ทำ API มี validation, error handling, และเขียนเอกสาร API สั้นๆ - มี Docker หรือไฟล์ .env.example ให้คนอื่นรันได้ (HR/ทีมเทคนิคชอบมาก) - ใส่รูปหน้าจอ/เดโมลิงก์ใน GitHub ให้ครบ จะช่วยลดคำถามตอนสัมภาษณ์ 4) เทคนิคดูแลตัวเอง (แก้ข้อเสียยอดฮิตของโปรแกรมเมอร์) - สายตา: ใช้กฎ 20-20-20 (ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต 20 วินาที) + ปรับจอให้สูงระดับสายตา - Office Syndrome: ผมตั้งนาฬิกาให้ลุกยืดทุก 60 นาที และลงทุนกับเก้าอี้/ที่รองข้อมือ - อ้วน: ถ้าวันไหน WFH ผมเดินให้ได้อย่างน้อย 6,000–8,000 ก้าว แค่นี้น้ำหนักไม่พุ่งง่าย 5) เรื่องเงินเดือน (เอาไปทำเป็น “การ์ตูนกราฟเงินขึ้นตามประสบการณ์” ได้) จากที่เจอมา เงินเดือนในสายนี้มักขึ้นตาม “ประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้” มากกว่าคำพูดลอยๆ ดังนั้นเวลาจะเรียกเงินเดือน ให้เอา 3 อย่างนี้ไปคุย: (1) โปรเจกต์ที่ทำ (2) ปัญหาที่แก้ได้ (3) ผลลัพธ์ที่วัดได้ เช่น ลดเวลา deploy/แก้บั๊กได้ไวขึ้น ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นและยังไม่มั่นใจ ผมแนะนำให้ทำโปรเจกต์เล็กๆ สัก 1–2 ชิ้นให้จบจริงก่อน แล้วค่อยไปสมัครฝึกงาน/งานแรก จะรู้สึกว่า “เราเริ่มได้” แบบไม่หลอกตัวเอง และพอมีประสบการณ์ครั้งแรกแล้ว การย้ายงาน/ต่อรองเงินเดือนจะง่ายขึ้นมากจริงๆ

ค้นหา ·
เงินเดือนโปรแกรมเมอร์