ROJUKISS แต่ละสูตร…ต่างกันยังไง ?

2/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชหา “rojukiss niacinamide hydrogel mask” แล้วลังเลว่าจะซื้อดีไหม หรือมันต่างจากมาสก์ Rojukiss สูตรอื่นยังไง อันนี้คือสรุปจากการลองใช้แบบคนทั่วไป (เน้นใช้งานจริงและเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว) Rojukiss Niacinamide Hydrogel Mask (ซองม่วง) จุดเด่นคือเป็น “ไฮโดรเจลมาสก์” แผ่นมาสก์จะนิ่ม แนบผิวดี และให้ความชุ่มชื้นแบบค่อยๆ ปล่อยออกมา ระหว่างมาสก์จะรู้สึกเย็นผิวกำลังดี เหมาะมากกับวันที่ผิวดูหมองๆ หรือแต่งหน้าแล้วไม่ค่อยติด จุดที่คนส่วนใหญ่เลือกสูตรนี้คือโฟกัสเรื่อง “ผิวดูกระจ่างใส” และ “จุดด่างดำ/รอยสิว” (ในมุมคนใช้จะรู้สึกว่าผิวดูสว่างขึ้นไวแบบผิวฉ่ำอิ่มน้ำก่อน แล้วค่อยๆ เห็นความสม่ำเสมอขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง) วิธีที่เราใช้แล้วเวิร์ก: มาสก์หลังล้างหน้าและลงโทนเนอร์บางๆ 15–20 นาทีพอ ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้นานเกิน เพราะถ้าแผ่นเริ่มแห้งอาจดึงความชุ่มชื้นผิวกลับได้ เสร็จแล้วกดเอสเซนส์ที่เหลือให้ซึม ต่อด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อ “ล็อกผิว” จะช่วยให้ความฉ่ำอยู่ได้นานขึ้น เหมาะกับใคร? - คนที่ผิวหมอง สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีรอยสิวเล็กๆ - คนที่อยากได้มาสก์แบบให้ผิวดูใสขึ้นและชุ่มชื้นในแผ่นเดียว - คนที่ชอบแผ่นไฮโดรเจล แนบผิว ไม่ย้วย แล้วต่างจากสูตรอื่นยังไง (เทียบแบบเข้าใจง่าย): - PDRN Hydrogel Mask (โทนเขียวอมฟ้า): จะเหมาะกับวันที่ผิวโทรม อ่อนล้า ต้องการ “ฟื้นฟู” ให้ผิวดูเด้งๆ พักผิวหลังโดนแดด/พักผ่อนน้อย - Double Mask Retinol X Hyaluron (ชมพู): เหมาะกับสายลดริ้วรอย ผิวดูไม่กระชับ แต่ถ้าผิวแพ้ง่ายมากๆ แนะนำเริ่มช้าๆ และเน้นเติมชุ่มชื้นตาม - Double Mask Panthenol X Ceramide (ฟ้าอ่อน): ตัวนี้คือสาย “เติมน้ำ+เสริมเกราะผิว” เหมาะกับผิวแห้ง แสบง่าย ผิวระคายเคือง หรือช่วงที่ใช้สกินแคร์แรงๆ - Niacinamide Hydrogel Mask (ม่วง): เด่นเรื่องผิวดูกระจ่างใสและรอยๆ เป็นตัวกลางๆ ที่ใช้ได้บ่อย เหมาะก่อนวันต้องแต่งหน้า ทิปส์ก่อนซื้อ: ถ้าวันไหนเน้นรอย/ความใส ให้หยิบ Niacinamide Hydrogel Mask แต่ถ้าช่วงนั้นผิวอ่อนแอ แนะนำสลับไป Panthenol X Ceramide ก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ Niacinamide จะเห็นผลแบบผิวสวยและไม่งอแงง่ายค่ะ

ค้นหา ·
รีวิว rojukiss แต่ละสูตร