🛑 ปิดทำไม ? ทำไมต้องปิด !?!

ช่วงนี้ใครเห็นข่าวบริษัทประกันขยับตัวบ่อยๆ บ้าง? ทั้งปิดแผนเก่า ปรับราคาแผนใหม่ จนหลายคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น?! วันนี้ขอมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง 🩺✨

ทำไมเค้าถึงแห่ปิด/ปรับราคา?

1️⃣ Medical Inflation: ค่าหมอ ค่ายา เทคโนโลยีใหม่ๆ แพงขึ้นทุกปี 😭 เบี้ยเดิมที่เคยเก็บมันเริ่ม "เอาไม่อยู่"

2️⃣ เคลมพุ่ง: พอเป็นแบบเหมาจ่าย บางคนเคลมยิบย่อยจนตัวเลข Loss Ratio ของบริษัททะลุเพดาน

3️⃣ มาตรฐานใหม่ (New Health Standard): คปภ. ปรับกฎใหม่ให้ชัดเจนขึ้น แผนเก่าๆ ที่ไม่เข้าเกณฑ์เลยต้องโบกมือลาไป

⚠️ ทำไม "ตอนนี้" ถึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุ้มที่สุด?

1️⃣ แผนใหม่จะมาพร้อม "Deductible" (ค่าเสียหายส่วนแรก):

แนวโน้มบริษัทประกันยุคใหม่จะบังคับให้เรา "ช่วยจ่าย" 20,000 - 50,000 บาทแรกเองก่อนประกันถึงจะทำงาน เพื่อลดภาระการเคลมของบริษัท

2️⃣ กฎ New Health Standard ที่เข้มงวด:

มาตรฐานใหม่ทำให้บริษัทประกันมีสิทธิ์ปรับเงื่อนไขเบี้ยประกันตาม "ประวัติการเคลม" ของเราได้มากขึ้น ถ้ามีประวัติป่วยบ่อย แผนใหม่อาจเบี้ยพุ่งจนรับไม่ไหว

3️⃣ สุขภาพคือ "ต้นทุน":

ถ้าตรวจเจอโรคก่อนทำประกัน บริษัทอาจ "ไม่คุ้มครองโรคนั้นตลอดชีพ" หรือหนักสุดคือ "ไม่รับประกันเลย" การทำตอนสุขภาพดี คือการซื้อความคุ้มครองที่สมบูรณ์ที่สุด

🚨 เสียประโยชน์อะไรถ้าไม่ทำตอนนี้?

• เสียเงินเก็บ: เงินที่ออมมาทั้งชีวิต อาจหายไปกับค่าผ่าตัดแค่ครั้งเดียว

• เสียสิทธิ์เลือก: เมื่อถึงเวลาป่วยจริงๆ เราอาจไม่มีสิทธิ์เลือกแผนประกันที่ดีที่สุดได้อีกต่อไป

• เสียเบี้ยถูก: ยิ่งทำช้า เบี้ยยิ่งแพงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

💕 ใครที่ยังไม่มี...แนะนำให้ลองศึกษาแผนเหมาจ่ายที่เหมาะกับงบประมาณของตัวเองดูก่อน 😭✨✅

#เริ่มวางแผนการเงิน #มือใหม่หัดออม #Lemon8การเงิน #อุทาหรณ์การเงิน #โปรโมชั่น

2/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่หลายบริษัทประกันสุขภาพเหมาจ่ายเริ่มทยอยปิดแผนเก่าและปรับขึ้นราคา หลายคนอาจรู้สึกกังวลหรือสับสนกับการเปลี่ยนแปลงนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยผ่านการเลือกซื้อประกันสุขภาพ พบว่าการเข้าใจถึงสาเหตุเบื้องหลังอย่าง Medical Inflation หรือเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น การเคลมค่ารักษาเกินความคาดหมายของบางคนจน Loss Ratio ของบริษัทแตะระดับสูงสุด และกฎเกณฑ์ New Health Standard ที่คุมเข้มมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนแผนประกันเพื่อความยั่งยืน จากข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการทำประกันสุขภาพในช่วงนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่ยังได้รับความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายเต็มรูปแบบโดยไม่มีค่า Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรกนั้น ถือเป็นข้อมูลที่ควรใส่ใจอย่างมาก เพราะแผนใหม่ส่วนใหญ่จะบังคับให้ผู้เอาประกันจ่ายส่วนแรกก่อนในระดับหลักหมื่นบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงขึ้นอย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญอีกข้อที่ควรพิจารณาคือ 'สุขภาพคือทุนที่สำคัญ' การมีสุขภาพดีในเวลาทำประกันช่วยให้ได้เบี้ยที่ถูกกว่าและความคุ้มครองครอบคลุมโรคต่างๆ มากขึ้น หากปล่อยให้อายุเพิ่มขึ้นหรือมีโรคประจำตัว อาจโดนบริษัทปฏิเสธหรือเพิ่มเบี้ยสูงจนรับไม่ไหว สำหรับใครที่กำลังคิดจะทำประกันสุขภาพ แนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลแผนที่เหมาะสมกับงบประมาณและต้องมีความชัดเจนในเงื่อนไข เช่น ค่ารักษาที่ครอบคลุม หรือค่า Deductible ที่รับได้ และอย่าลืมตรวจสอบว่าประกันเดิมของเรายังคุ้มครองพอหรือไม่ในยุค Medical Inflation นี้ นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบแผนประกันและราคาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราได้แผนที่ดีที่สุด และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อมาตรฐานใหม่เข้มงวดขึ้นจริงๆ สรุปคือ การเข้าใจเหตุผลว่าทำไมบริษัทประกันต้องปรับแผนและราคา พร้อมการเตรียมตัวตอนสุขภาพยังดี เป็นสิทธิประโยชน์ที่ควรรีบคว้าไว้ก่อนจะสายเกินไป นี่คือประสบการณ์และมุมมองจริงที่แนะนำสำหรับผู้คิดจะทำประกันสุขภาพในยุคนี้เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่สมบูรณ์และคุ้มค่าที่สุดต่อเงินที่จ่ายไป

ค้นหา ·
loss ratio คืออะไร มีผลต่อประกันยังไง