“ฌาปนกิจสงเคราะห์” ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
ความจริงเกี่ยวกับ “ฌาปนกิจสงเคราะห์” ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
และทำไมช่วงนี้ถึงมีข่าวบางกองทุนถูกยกเลิก?
ช่วงที่ผ่านมาเราเห็นข่าว “กองทุนฌาปนกิจถูกสั่งยกเลิก/ปิดกิจการ” ทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าเงินที่ส่งอยู่ปลอดภัยไหม
ก่อนจะตื่นตระหนก… มาทำความเข้าใจความจริงกันก่อนครับ 👇
1 ️⃣ หลักการคือ “ถัวเฉลี่ยจ่าย” ไม่ใช่เบี้ยคงที่
ฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่ประกันชีวิตของบริษัทเอกชน
แต่เป็นระบบ “ช่วยกันเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต”
เมื่อมีคนเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม
เดือนที่มีผู้เสียชีวิตมาก = จ่ายมาก
เดือนไหนเสียน้อย = จ่ายน้อย
👉 เงินไม่คงที่ และไม่มีการการันตีเพดานสูงสุดเหมือนประกันชีวิต
2️⃣ ไม่ใช่การออม และลาออกแล้ว “ไม่ได้เงินคืน”
เงินที่ส่งไป คือเงินที่นำไปช่วยสมาชิกที่เสียชีวิตก่อนหน้า
❗ หากคุณลาออก หรือหยุดส่ง
เงินที่เคยส่งไปแล้ว = ไม่ได้คืน
สิทธิรับเงินเมื่อเสียชีวิต = สิ้นสุดทันที
หลายคนเพิ่งมารู้ตอนจะเลิกนี่แหละครับ
3️⃣ ความเสี่ยงระยะยาว “ยิ่งอยู่นาน อาจยิ่งจ่ายแพง”
เมื่อสมาชิกอายุมากขึ้น
อัตราการเสียชีวิตสูงขึ ้น
ยอดเรียกเก็บรายเดือนก็สูงขึ้นตาม
และถ้าหาสมาชิกวัยทำงานรุ่นใหม่เข้ามาเติมไม่ได้
กองทุนจะเริ่มเสียสมดุล
นี่คือสาเหตุหลักที่บางกองทุนมีปัญหา และบางแห่งถูกยกเลิกกิจการ
4️⃣ กฎหมายที่กำกับดูแล
กองทุนที่ถูกต้องต้องจดทะเบียนตาม
พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545
หน่วยงานกำกับ เช่น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
📌 ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบเลขทะเบียนให้ชัดเจน
เพราะที่ผ่านมาเคยมีบางกลุ่มแอบอ้างลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่
แล้วข่าวที่ถูกยกเลิกล่าสุด สะท้อนอะไร?
มันไม่ได้แปลว่า “ทุกกองทุนไม่ดี”
แต่สะท้อนว่า
👉 ระบบที่พึ่งพาการถัวเฉลี่ย หากโครงสร้างสมาชิกเสียสมดุล
👉 หรือบริหารไม่โปร่งใส
ก็มีโอกาสล่มได้
ต่างจากประกันชีวิตที่ม ีเงินสำรองตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้การกำกับของ คปภ.
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเข้าร่วมฌาปนกิจสงเคราะห์ ผมพบว่าหลายคนมักเข้าใจผิดโดยคิดว่าเป็นการออมเงินหรือประกันชีวิตเหมือนบริษัทเอกชน แต่ความจริงแล้วเป็นระบบช่วยเหลือกันเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิตเท่านั้น ผมเคยประสบกับช่วงที่สมาชิกกลุ่มฌาปนกิจมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้สมาชิกที่เหลือถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม ซึ่งในบางเดือนผมต้องจ่ายเงินมากกว่าปกติ นี่เป็นจุดที่หลายคนประหลาดใจเพราะไม่ใช่เบี้ยคงที่เหมือนประกันชีวิตอย่างที่คิด นอกจากนี้ หากใครตัดสินใจลาออกก็จะไม่ได้รับเงินคืนจากที่เคยจ่ายไป เพราะเงินนั้นถูกนำไปช่วยเหลือสมาชิกท่านอื่นก่อนหน้าแล้ว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงของระบบนี้ อีกเรื่องที่ควรคำนึงคือเมื่อสมาชิกอายุมากขึ้น ความเสี่ยงการเสียชีวิตก็เพิ่มตาม ทำให้ยอดเรียกเก็บเงินรายเดือนไม่แน่นอนและอาจสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้ากลุ่มไม่มีสมาชิกใหม่เข้ามาตลอด กองทุนก็จะเสียสมดุลและอาจนำไปสู่การยกเลิกกิจการอย่างที่เคยเป็นข่าว ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมฌาปนกิจสงเคราะห์ ควรตรวจสอบว่าเป็นกองทุนที่จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแชร์ลูกโซ่ สุดท้าย การเลือกใช้บริการประกันชีวิตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คปภ. นั้น ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยหากต้องการความมั่นคงในระยะยาว เพราะมีเงินสำรองตามกฎหมายและเบี้ยประกันคงที่ ซึ่งแตกต่างจากระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ต้องพึ่งพาการถัวเฉลี่ยจ่ายจากสมาชิกในกลุ่ม การเข้าใจความแตกต่างและความเสี่ยงของฌาปนกิจสงเคราะห์จะช่วยให้เราเลือกใช้บริการได้เหมาะสมและไม่ตื่นตระหนกจากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

สรุปดีจังคะ ขอบคุณ คะ👍👍👍