ราชบุรีก็แค่ปากซอย บ่อน้ำพุร้อน ภูผา คอฟฟี่
My Diary: Ep.23 บันทึกการเดินทางสโลว์ไลฟ์ กะคุณแฟนคนตามใจเก่งงงงง....
เช้าแบบไม่เช้ามาก 🤣 จริงๆก็ประมาณนี้ตลอดนะ (เราไม่รู้ว่าบ้านอื่นเป็นมั้ยนะ แต่บ้านเราเป็น ถึงจะตื่นเช้าขนาดไหน กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ 11 โมงตลอดเวย์ 😅).... 🚗🚗 go go ด้วยคุณแฟนอยากจะพาไปแช่บ่อน้ำพุร้อนจ้า (แต่ครั้งนี้เราจะไม่เข้าสวนผึ้งนะ) จะไปที่บ้านคา ละก็ไปชิวๆ ต่อที่ลานแคมป์ปิ้ง ไปกัลลลลล บ อกเลยว่าทริปนี้ใช้คำว่าสวยเปลืองมากกก
🏔🏕⛰อยากจะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราไปบ้านคากัน ระหว่างทางคือสวยมากอ่ะ เข้าป่า ขึ้นเขา เข้าอุทยานไปนู่นอ่ะ ครั้งนี้เราไปแช่เท้าที่บ่อน้ำพุร้อนโป่งกระทิงกัน (เสียค่าเข้านะ แต่จำไม่ได้ ไม่แพงนะ) คือจ่ายไปเถอะ เพราะจนท. ที่นี่บริการดีมาก ฝากขอบคุณตรงนี้เลยละกัน ที่ดูแลคนไทยและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีนะคะ เลิฟอ่ะ คือคอยมาดูว่าน้ำร้อนไปมั้ย เย็นไปมั้ย ใส่ใจขั้นสุดอ่ะ คือดีย์ ซึ่งมันสำคัญมากนะ เพราะแช่น้ำร้อนถ้าไม่มีคนดูแล อาจหน้ามืด ความดันสูง จนล้ม อาจะเสียชีพได้นะเทอ น่ากลัวนะ (ใครที่ชอบแช่แบบเรา ต้องทำตามคำแนะนำ อย่าแบบฉันสวย แข็งแรง ไม่น๊า ...มันจะไม่ดีเด้อ)
แช่เท้าเสร็จแฟนเราก็พาไปกางเต้นท์จ้าาาา No.... ไปลานกางเต้นท์ เฉยๆสู ลานชื่อ ภูผาคอฟฟี่แคมป์ บ้านคา คือสวยมากก ท่ามกลางต้นสน ริมแม่น้ำ ในเขา และฝนปอยๆ แกร๋ โรแมนติกมาก คิดว่าจะโดนขอแต่งงาน 🥰 มีบ่าวสาวมาถ่ายพรีเวดดิ้งเยอะอยู่นะ มันได้ฟิว และที่นี่ถ้าใครไม่มากางเต้นท์ ก็แวะคาเฟ่ หรือถ่ายรูปสวยๆแบบเราได้น๊าาาา
แล้วอย่าลืมติดตามพวกเราน๊า ว่าจะพาไปไหนกันอีก go go
ปล. 1 บ่อน้ำร้อนโป่งกระทิง จนท. ดูแลดีมากกกกก แต่ครั้งนี้เราแช่แค่เท้านะ ไม่ได้แช่ตัว เพราะเราว่าบ่อแช่ตัวไม่ค่อยโอเครสำหรับเราอ่ะ (ส่วนตัวเราเองนะ) เราชอบอีกที่มากกว่า ไว้จะมารีวิวอีกที่ให้ฟังนะ
ปล. 2 Route นี้แนะนำเลย คนที่กำลัง puppy love หรือ in love หรือเป็นครอบครัว อยากให้มา คือมันว้าวมากอ่ะ สำหรับคนชอบธรรมชาตินะ คิดภาพตามดิ.... ฝนตกปอยๆ ขับรถเข้าไปในป่าเขา แล้วเปิดเพลงเบาๆ ฟินอ่าาาา (แต่รถต้องน้ำมันเต็มถังเด้อ)
#จุดกางเต็นท์ร าชบุรี #แคมป์ปิ้งราชบุรี #วันเดย์ทริป #เที่ยวราชบุรีเหมือนอยู่เชียงใหม่
เผื่อใครเสิร์ชหารูป/ข้อมูล “บ่อน้ำพุร้อนไทยประจัน” ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน (โซนบ้านคา ราชบุรี) เราขอเล่าประสบการณ์ไปจริงแบบละเอียดขึ้นนิดนึงนะคะ เผื่อช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น อย่างแรกที่รู้สึกประทับใจมากคือ “บรรยากาศระหว่างทาง” ขับรถเข้าไปจะเป็นฟีลป่า-เขา เงียบๆ อากาศดี (โดยเฉพาะวันที่ฝนปอยๆ คือสวยมาก) แต่แนะนำให้เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนเข้าโซนลึกๆ และเผื่อเวลาเดินทางนิดนึง เพราะบางช่วงถนนคดเคี้ยว ขับเพลินแต่ใช้เวลาพอสมควร พอถึงจุดบ่อน้ำพุร้อน เราเลือก “แช่เท้า” เป็นหลัก เพราะรู้สึกกำลังพอดีและสบายสุดๆ น้ำอุ่นช่วยคลายเมื่อยจากการนั่งรถได้ดีมาก สิ่งที่อยากเน้นคือควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จริงๆ นะคะ ที่นี่มีจนท.คอยดูแล คอยถามว่าน้ำร้อนไปไหม/เวียนหัวไหม ซึ่งเราว่าดีมาก เพราะการแช่น้ำร้อนถ้าอยู่นานเกินไปหรือร้อนเกินไปอาจทำให้หน้ามืดได้ โดยเฉพาะคนที่ความดันไม่ปกติ หรือเพิ่งเดินทางเหนื่อยๆ มา ทริคส่วนตัวของเรา: ก่อนแช่เท้าให้ดื่มน้ำเปล่าก่อนนิดนึง พกผ้าขนหนูผืนเล็ก/รองเท้าแตะไปด้วย และอย่ารีบลุกทันทีหลังแช่เสร็จ ให้พักสักแป๊บแล้วค่อยๆ ลุก จะปลอดภัยกว่า แล้วถ้าไปช่วงคนเยอะ อยากได้รูปสวยๆ แนะนำเลี่ยงช่วงเที่ยงตรง ลองไปเช้าหน่อยหรือบ่ายแก่ๆ แสงจะนุ่มกว่า หลังแช่เท้า เราไปต่อที่ “ภูผา คอฟฟี่แคมป์ บ้านคา” (เป็นทั้งลานกางเต็นท์และคาเฟ่) บรรยากาศคือชนะมากกก ต้นสน ริมน้ำ อยู่ในเขา ยิ่งถ้าวันไหนมีหมอกหรือฝนปรอยๆ จะโรแมนติกสุดๆ ใครไม่กางเต็นท์ก็แวะมาถ่ายรูป จิบกาแฟ เดินเล่นได้เลย เราเห็นหลายคนมาเป็นคู่ หรือมาครอบครัว ฟีลเหมือนไปเที่ยวเหนือแต่จริงๆ อยู่ราชบุรีนี่เอง สรุปเส้นทางนี้เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ อยากหนีเมืองแบบไม่ต้องเดินทางไกลมาก: แช่เท้าที่บ่อน้ำพุร้อนในอุทยานฯ แล้วปิดท้ายที่คาเฟ่/แคมป์วิวดีๆ บอกเลยว่า “สวยเปลือง” ตามที่พูดจริงค่ะ

























