ว่าด้วยเรื่อง IC License และจะไปสู่ IP
ด้วยความที่ย้ายงานมาทำสายการเงิน ก็เลยหาความรู้ประดับด้วย ประกอบกับด้วยอายุกำลังเข้าสู่เลข 4 เลยหา
License ติดตัวไว้สักหน่อย
ก็เลยเล็งเห็น IC เลยเริ่มที่ลองค้นหาเรียนที่ไหนดี แต่ด้วยไม่อยากเปลืองงบมาก เลือกที่ ATI สถาบันฝึกอบรม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
IC Plain -> P1 = หลักสูตรผู้ แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไป(IC Plain)
🔸️ข้อสอบ 100 ข้อ หมวดจรรยาบรรณต้องได้เกิน 70%
🔹️เราลงคอร์ส 1,600 บาท แถมสอบฟรี 1 ครั้ง
เริ่มเรียนต่อทันที เผื่อให้ไฟไม่มอด
IC Complex 2 -> P2 = หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับตราสารที่มีความซับซ้อน: ตราสารหนี้และกองทุนรวม
🔸️ข้อสอบ 25 ข้อ
🔹️เราลงคอร์ส 2,500 บาท แถมสอบฟรี 1 ครั้ง หากรับคูปองหลังสอบ P1 เสร็จ มีส่วนลด 150 บาทนะจ๊ะ
เริ่มเรียนต่อทันทีเช่นกัน
IC Complex 3 -> P3 = หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับตราสารที่มีความซับซ้อน: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
🔸️ข้อสอบ 50 ข้อ
🔹️เราลงคอร์ส 3,500 บาท แถมสอบฟรี 1 ครั้ง หากรับคูปองหลังจากสอบ P2 เสร็จ มีส่วนลด 300 บาทเย้
อ่อ เราลองขึ้นทะเบียนที่กลต พร้อมกันทีเดียว รอผ่านทั้ง 3 ตัว จะได้ประหยัดเงิน 🤭 ซึ่งจะได้เป็น IC complex 1 ตามภาพสุดท้าย
หากม ีคำถามเพิ่มเติม comment มาได้เลยงับ/สถาบันฝึกอบรม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ATI - ASCO Training Institute)
ขอบคุณภาพสุดท้ายจาก Thai Professional Finance Academy (ThaiPFA)
จากประสบการณ์ตรงในการเตรียมตัวสอบ IC License ที่ ATI สถาบันฝึกอบรม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย พบว่าการวางแผนเรียนแบบขั้นตอนและหมั่นทบทวนเนื้อหาที่เรียนจะช่วยให้ผ่านเกณฑ์ข้อสอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการสอบในหมวดจรรยาบรรณใน P1 ที่ต้องได้คะแนนเกิน 70% ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในสายการเงิน สำหรับราคาคอร์สที่ ATI นั้นค่อนข้างเหมาะสมเมื่อเทียบกับการเรียนกับสถาบันอื่น อีกทั้งยังมีข้อสอบฟรีและส่วนลดสำหรับสอบครั้งถัดไปหากผ่านตามลำดับของหลักสูตร เช่น จาก P1 ไป P2 และ P3 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก การลงทะเบียนสอบกับ ก.ล.ต. พร้อมกันทีเดียวหลังผ่านทั้ง 3 ตัวสอบก็เป็นวิธีประหยัดเวลารวมถึงเงินลงทุนได้ดี นอกจากเนื้อหาทางทฤษฎีในแต่ละหลักสูตรที่ครอบคลุมตราสารต่าง ๆ ทั้งตราสารทั่วไป ตราสารหนี้ กองทุนรวม และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่มีความซับซ้อนแล้ว ยังแนะนำให้ผู้เรียนติดตามข่าวสารและทิศทางของตลาดทุนอยู่เสมอ เพราะจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมและบริบทของการลงทุนจริง ๆ มากขึ้น อีกหนึ่งข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบ IC License คือการสร้างกลุ่มหรือชุมชนกับผู้เรียนคนอื่น ๆ เพื่อช่วยกันแชร์ข้อมูล แลกเปลี่ยนแนวข้อสอบและเทคนิคการทำข้อสอบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเครียดและเพิ่มแรงจูงใจได้มาก เมื่อผ่านทุกขั้นตอนและได้รับ IC License แล้ว ก็ยังมีเส้นทางการพัฒนาตัวเองไปสู่ IP (Investment Planner) ที่สามารถเพิ่มความรู้และขยายโอกาสในการทำงานสายการเงินในระดับสูงขึ้นได้ ถือเป็นการต่อยอดที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากสร้างอาชีพในตลาดทุนอย่างจริงจัง สุดท้าย ใครกำลังลังเลอยู่ว่าควรเริ่มที่ไหน เลือก ATI เป็นจุดเริ่มต้นนั้นเหมาะสำหรับผู้ต้องการความคุ้มค่า และเตรียมตัวได้ดีสำหรับการสอบพร้อมแนะนำสาขาต่างๆของตลาดทุนที่หลากหลายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง การมีใบอนุญาตเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายโอกาสการทำงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน




