Automatically translated.View original post

4 Which 🔥 famous ETF is good?

Today, let's share options. For those who don't have time to choose stocks or choose stocks that are good but not as good as they think. Or those who want to invest and have dividends, buy-sell through streaming themselves. Fee is not as expensive as a fund. Hope to be useful.

These four ETFs are also passive in Thai stocks.

But "different at the index" = risk / distribution / return style.

* SET50 = big stock top 50

* SET100 = Large + Medium (more distributed)

* MSCI Thailand = Foreign View (Dark Cast)

* Mid / Small CG = Mid-Small Stock + ESG / Governance

1) BMSCITH → "Foreign Line / Quality play"

* Based on MSCI (Global Index)

* ~ 40 stocks are darker than the general Thai index.

* Foreign is often used as a benchmark.

👉 Insight: If foreign money inflows = this one can be "better"

2) BSET100 → "Core Portfolio Thailand"

* SET100-based = ~ 77% market coverage

👉 Insight: This is the "Best Distributed Version of Thai SET."

3) BMSCG → "Growth / Small-Mid Cap"

* Medium-Small Stock + ESG (CG = Corporate Governance)

👉 Insight: Market time is up → This one is often "super strong."

4) TDEX → "Pure Big Cap Line"

* SET50-based

* Top 50 stocks of the market

👉 Insight: Run after these "PTT / KBANK / AOT" guys.

# ETF # Newly invested # Dividend # Investment

4/29 Edited to

... Read moreการลงทุนใน ETF กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่มีเวลาจำกัดและไม่อยากเสี่ยงกับการเลือกหุ้นรายตัว เพราะ ETF ช่วยให้กระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้ดีและมีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายผ่าน Streaming ได้เหมือนหุ้นทั่วไป ใช้งบประมาณเริ่มต้นน้อยก็ลงทุนได้ อีกทั้ง ETF ทั้ง 4 ตัวที่แนะนำในบทความนี้ยังมีจุดเด่นแตกต่างกัน เริ่มจาก BMSCITH ที่ใช้ดัชนี MSCI Thailand เหมาะกับคนที่อยากลงทุนในหุ้นคุณภาพที่ได้รับการคัดกรองเข้มข้นและยังสะท้อนการมองของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้หากเงินต่างชาติไหลเข้าตลาด ตัวนี้จะมีโอกาสทำผลตอบแทนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับ BSET100 ถือเป็น ETF ที่มีความครอบคลุมตลาดมากที่สุดในไทย เนื่องจากติดตามดัชนี SET100 ที่รวมหุ้นใหญ่มากกว่า 100 ตัว จึงเหมาะกับคนที่ต้องการถือเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ของการลงทุนในหุ้นไทย พร้อมกับกระจายความเสี่ยงสูงกว่าแค่ SET50 ส่วน BMSCG จะเน้นไปที่หุ้นกลางและเล็กที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และยังคำนึงถึง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล) ซึ่งหากตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น ETF ตัวนี้มักจะให้ผลตอบแทนเติบโตแรงสุด เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และมองหาการเติบโตระยะยาว สุดท้าย TDEX เป็น ETF ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มใหญ่ท็อป 50 ตัวของตลาดไทย แนวทางเน้นความมั่นคงแบบ Big Cap อย่าง PTT, KBANK, AOT เหมาะกับผู้ที่ชอบความเสถียรและต้องการปันผลสม่ำเสมอ จากประสบการณ์ของผู้ลงทุนหลายคน การใช้ ETF เหล่านี้ในการสร้างพอร์ตแบบผสมผสานจะช่วยลดความเครียดเรื่องจังหวะซื้อขายเพราะความหลากหลายของหุ้นใน ETF ลดความผันผวนลงมาก ทั้งยังสามารถรับปันผลสม่ำเสมอและสามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็วผ่าน Streaming พร้อมค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทุนรวมแบบดั้งเดิม สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน ระยะเวลาที่ต้องการถือสินทรัพย์ และความเสี่ยงที่พร้อมรับ เพื่อเลือก ETF ที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจตัวเลขตลาดหุ้นและแนวโน้มของอุตสาหกรรมต่างๆ ช่วยให้เราสามารถปรับพอร์ต ETF ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดด้วยตนเองได้ง่ายขึ้น นักลงทุนมือใหม่ไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นทีละตัวให้วุ่นวาย การเริ่มต้นด้วย ETF ที่แนะนำนี้จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจและใช้เวลาไม่เยอะ อีกทั้งยังตอบโจทย์ทั้งการสร้างรายได้จากปันผลและโอกาสเติบโตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ