Tapper and Spiky hair
หลายคนเสิร์ชหา “Uppercut ทรงผม” เพราะอยากได้ลุคผู้ชายที่ดูเนี้ยบแต่ยังเท่แบบมีมิติ ซึ่งทรงที่เข้าคู่กันสุดๆ คือ Uppercut (รองทรงสูง) + Spiky hair หรือผมตั้งพุ่งๆ ครับ จากที่ลองตัดและเซ็ตเองบ่อยๆ ขอสรุปทริคที่ช่วยให้ตัดออกมาถูกใจและเซ็ตง่ายขึ้น 1) Uppercut คืออะไร แล้วควรเลือก “รองทรง” แบบไหน Uppercut จะเด่นตรงด้านข้าง/ด้านหลังไถสั้นหรือไล่เฟด แล้วปล่อยผมด้านบนยาวกว่าเพื่อปัด/ยกให้มีวอลุ่ม ถ้าอยากได้ลุคเข้มชัด แนะนำบอกช่างว่า “รองทรงสูง ไล่เฟด” แต่ถ้ากลัวดูแรงไปสำหรับที่ทำงาน เลือก “รองทรงกลาง” จะสุภาพกว่าและยังเซ็ต Spiky ได้ 2) วิธีบอกช่างให้ได้ทรง Uppercut + Spiky ที่เซ็ตง่าย - ด้านบน: ขอความยาวประมาณ 5–8 ซม. (สั้นกว่านี้ตั้งยาก/ยาวกว่านี้จะกลายเป็นปอมปาดัวร์ได้) - หน้าม้า/ปอยหน้า: ขอให้ซอยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ (texture) ไม่ต้องทื่อ เพราะผมจะจับช่อได้สวย - ด้านข้าง: ถ้าผมหนา ให้ช่างบาง/ลดน้ำหนักผม ไม่งั้นทรงจะบาน - แนวเชื่อม (disconnect หรือ blend): ถ้าชอบทรงคมๆ ให้ disconnect แต่ถ้าอยากเนียนๆ ให้ blend ไล่ระดับ 3) เซ็ตผม Spiky ให้อยู่ทรงด้วย Uppercut Clay Spray (เพิ่มวอลุ่ม/เท็กซ์เจอร์) ตัวที่เห็นในรูปจะเป็น “UPPERCUT CLAY SPRAY FOR VOLUME, TEXTURE & GRIT” เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ลุคแมตต์ๆ ไม่เงา และช่วยให้ผมดูหนาขึ้น วิธีที่ทำแล้วเวิร์ก: - หลังสระ ซับผมให้หมาด (อย่าเปียกหยด) - ฉีด Clay Spray ให้ทั่วช่วงโคนถึงกลางผม 4–8 สเปรย์ (เริ่มน้อยก่อน) - เป่าผมพร้อมใช้มือยกโคนผมให้ฟู จะได้วอลุ่มแบบธรรมชาติ - ใช้นิ้ว “บีบ/บิด” ให้เป็นช่อ แล้วดันปลายผมขึ้นเป็นหนามๆ (spike) - ถ้าต้องการความล็อกเพิ่ม ค่อยแต้มแว็กซ์/ดินน้ำมันนิดเดียวที่ปลายผม หรือปิดท้ายด้วยสเปรย์ล็อกอ่อนๆ 4) เลือก Uppercut ทรงผมให้เข้ากับรูปหน้า - หน้ากลม: เพิ่มความสูงด้านบนและไถข้างให้สั้น จะช่วยให้หน้าดูเรียวยาว - หน้ายาว: อย่ายกสูงเกินไป เลือกเฟดไม่สูงมาก และทำ spiky แบบกระจายๆ - หน้าเหลี่ยม: Uppercut เข้ากันมาก เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้านบนให้ดูละมุนขึ้น 5) ดูแลให้ทรงอยู่ได้นาน ตัดแต่งทุก 3–4 สัปดาห์จะกำลังสวย เพราะรองทรงสูงพอผมยาวแล้วจะเสียทรงเร็ว และวันที่ไม่อยากเซ็ตจัด แค่ฉีด Clay Spray เบาๆ แล้วขยำก็ได้ลุคเท่ๆ แบบ effortless ครับ
