🚃 เเปะเเพลน One day trip เมืองคามาคุระ

ช่วงนี้เห็นซีรีส์ Can this love be translated เข้า Netflix แล้วกระแสไปเที่ยวตามที่ Kamakura น่าจะกลับมาแรงกว่าเดิม เราเลยขอมาแปะแพลนเที่ยวฉบับเรากับคามาคุระ 1 วันแบบเต็มๆ ไว้ให้ตามกันครับ

.

📸รอบนี้เราตั้งใจมาถ่ายรูปตรง Kamakura-kokomae มาก และอยากให้ไม่มีคนเลย ก็เลยยอมออกจากโตเกียวตั้งแต่ตี 5 คือเช้ามากครับ! โดยเริ่มต้นที่สถานี Fujisawa จริงๆ ถ้าทุกคนมาเวลาปกติจะไปทางสถานี Kamakura ก็คงไม่ต่างกันมากครับ ใช้เวลาน้อยกว่านิดเดียว แถมจะได้เดินตรง Komachi-dori เลยด้วย แต่ตอนเราไปถึงมันเช้ามาก ร้านที่นั่นยังไม่เปิดอยู่ดีก็เลยไม่ต่างกันครับ ส่วนวิธีการเดินทางมา Fujisawa จากโตเกียวก็ง่ายมาก แค่นั่งสาย Yamanote มาลงที่ Shinagawa แล้วต่อสาย Odawara มาลงที่ Fujisawa ได้เลย

.

🚃 พอมาถึง Fujisawa แล้ว อย่างแรกเลยคือซื้อ One day pass สำหรับขึ้น Enoden ราคา 650 JPY แค่นี้ก็เที่ยวได้ทั่วแล้วครับ พอตั๋วพร้อมก็ตรงไปที่ Kamakura-kokomae Station จุดเช็กอินยอดฮิตจาก Slam Dunk (หรือถ้าใครไม่อิน Slam Dunk ก็ยังมาดูได้นะ) ตรงนี้จะเป็นวิวทางรถไฟเลียบทะเล เนินข้างๆ สถานีคือสวยเหมือนใน Reels เลยครับ ยิ่งถ้ามาเช้าแบบเราคือไม่ต้องแย่งวิวกับใคร แต่ถึงจะไม่มีคนยังไง ตรงนั้นก็เป็นถนนที่คนท้องถิ่นใช้สัญจรจริง ยังไงก็ต้องเคารพกฎจราจรกันด้วยน้า 🚦

.

หลังจากถ่ายรูปจุใจ ก็ไปทานอาหารเช้ากันที่ Yodorikoro 🍳 ร้านอาหารติดทางรถไฟที่เห็นได้บ่อยใน TikTok นอกจากวิวที่จะเห็นรถไฟ Enoden วิ่งผ่านแล้ว ชุดอาหารเขาก็อร่อยนะ โดยเฉพาะไข่ฟูๆ ที่เขาให้เรามาตีเอง แต่เราตีเองแล้วมันไม่ฟูอ่า... ใครตีแล้วฟูก็เอามาอวดกันได้นะครับ ราคาก็ไม่แรงเลย ตกคนละประมาณ 1,000 - 2,000 JPY เอง

.

กินเสร็จแล้วก็เดินนิดนึงไปดู Kamakura Seaside Park ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิวที่ในวันอากาศดีเราจะมองเห็นหาดทรายสีดำ เกาะ Enoshima และคุณฟูจิได้เลย แต่แน่นอน... คนไร้แต้มบุญอย่างเรา พอกินเสร็จเมฆก็ครึ้มทันที ทั้งที่ตอนเช้ายังเห็นฟูจิซังแท้ๆ ;-; พอนึกย้อนดูจริงๆ คนที่จะเห็นต้องมีโชค (หรือมีเวลาเฝ้า) มากเลยครับ เพราะนอกจากอากาศในเมืองต้องดีแล้ว อากาศตรงฟูจิก็ต้องดีด้วย ตอนเราไป Toyama ก็ไร้แต้มบุญเหมือนกัน ไปถึงจุดชมวิวแต่ไม่เห็น Japan Alps เลยซักนิด ใครอยากรู้ว่าไปตรงไหนมา ตามไปดูโพสต์เก่าได้นะ ☁️

.

ไปต่อกันที่ Hase Station สถานีที่มีวัดพระใหญ่ Kotoku-in เดินจากสถานีไปประมาณ 10 นาที (ค่าเข้า 300 JPY) ส่วนดีเทลว่าวัดดังเรื่องไหนคงมีคนเขียนไว้เยอะแล้ว เราขอพูดถึงคาเฟ่ใกล้สถานีแทนละกัน ชื่อว่า Ekiyoko Bake เป็นคาเฟ่เล็กๆ ติดสถานี นอกจากขนมจะอร่อยแล้ว ยังได้นั่งเอนจอยบรรยากาศคนเดินไปมาด้วยครับ 🍵

.

สุดสายรถไฟที่ Kamakura station เเละ Komachi-dori Street ถนนคนเดินที่มีทั้งของคาว ของหวาน และของฝาก ข้าวเที่ยงเราทานที่ร้าน Tomiyama เป็นสไตล์อาหารชุดญี่ปุ่น ที่อยากแนะนำเลยคือ "ข้าวหน้าปลาชิราสุ" ของดีเมืองคามาคุระ มีให้เลือกทั้งแบบสุกและแบบดิบ แนะนำให้ลองทั้งสองแบบเลยเพราะ Texture และรสชาติต่างกันคนละแบบเลยครับ อีกร้านที่ขอป้ายยาคือ Apple Pie ของร้าน Milet Milet ที่เขาเคลมว่าเป็น No.1 Apple pie in the world ซึ่งมันอร่อยจริงครับ เนื้อแอปเปิ้ลแน่น พายกรอบ สมคำเคลมจริงๆ

.

พอกินเสร็จ... ฝนตกครับ 555 แผนที่จะไปเกาะ Enoshima ต่อช่วงบ่ายเลยต้องพับลงตรงสะพานข้ามเกาะ ถ้าใครจะไปตาม แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ซักครึ่งวันแบบเราก็ได้นะ เพราะระหว่างทางมีร้านให้แวะดูเยอะเลย

.

สิ่งที่เราคิดได้ตอนมาซ้ำอีกรอบหลังจากนั้นคือ การมาจากฝั่ง Fujisawa มันดูพิเศษมาก (อาจเพราะมาเช้าด้วยส่วนหนึ่ง) แต่เราว่าทางรถไฟ Enoden จากฝั่งนี้มันมีช่วงที่ทั้งติดทะเลและมีมุมที่เห็นฟูจิซังซึ่งสวยมาก ซึ่งถ้าใครมาจากฝั่ง Kamakura แล้วไม่ได้นั่งมาจนถึง Enoshima ก็จะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศนี้เลย ✨

.

โดยรวมแล้ว Kamakura ฉบับตื่นเช้ามันคุ้มค่ามากสำหรับคนรักความสงบครับ แม้วันนี้แต้มบุญเรื่องฟ้าฝนเราจะทำงานไม่เต็มที่ แต่บรรยากาศเมืองเก่าที่ผสมกับกลิ่นอายทะเลก็ยังฮีลใจเราได้ดีเสมอ สุดท้ายนี้ ไม่ว่าใครจะตามรอยมาจากซีรีส์, Slam Dunk หรือหาที่ One Day Trip จากโตเกียว ก็ขอให้ไปแล้วดวงไม่กุด เห็นวิวสวยและฝนไม่ตกแบบเรานะครับ 555 🙏

.

#เที่ยวคามาคุระ #แพลนเที่ยวญี่ปุ่น #kamakura #เที่ยวญี่ปุ่น

Kamakura
1/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครตั้งใจไป “กิน” มากกว่าถ่ายรูป เราว่า 2 ร้านที่ควรล็อกไว้ในแพลนคามาคุระเลยคือ Tomiyama Kamakura กับ Kamakura Mille Mele (หลายคนเรียก Mille Mele / Milet Milet) เพราะอยู่โซนที่เดินถึงง่ายและเข้ากับทริป 1 วันมากๆ Tomiyama Kamakura (สายข้าวหน้าชิราสุห้ามพลาด) จากที่เราไปมา เมนูเด็ดจริงๆ คือ “ข้าวหน้าปลาชิราสุ” ที่เป็นของขึ้นชื่อเมืองนี้ ถ้าไม่เคยกิน แนะนำให้ลองทั้งแบบดิบกับแบบสุก อย่างที่รู้สึกชัดคือแบบดิบจะนุ่มลื่น หวานทะเลเบาๆ ส่วนแบบสุกจะหอมกว่า เคี้ยวแล้วได้รสชัดขึ้น (เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องกินดิบ) เวลาไปช่วงเที่ยงๆ คนจะเยอะนิดนึง เรามักเลือกไปเร็วขึ้นหน่อย หรือเผื่อเวลาแบบไม่ต้องรีบ จะได้ไม่เสียอารมณ์ตอนหิว เคล็ดลับเล็กๆ: ถ้าไปเป็นกลุ่ม ลองสั่งคนละแบบแล้วแชร์กัน จะได้เทียบรส/เท็กซ์เจอร์ชัดๆ และอย่าลืมดูว่าในเซ็ตมีเครื่องเคียงอะไรบ้าง บางวันรู้สึกว่าอิ่มกำลังดีมาก ไม่ต้องไปหาร้านต่อทันที Kamakura Mille Mele (พายแอปเปิลที่คนตามหา) ร้านนี้เป็นอีกจุดที่เราว่าคุ้มกับการต่อคิว เพราะพายออกมาหอม เนื้อแอปเปิลแน่นจริง แป้งพายกรอบๆ กินคู่ซอฟต์เสิร์ฟคือเข้ากันมาก เหมาะกับการซื้อถือเดินบน Komachi-dori หรือซื้อเป็นของฝาก (แต่ถ้าจะถือเดินนานๆ เราแนะนำกินให้จบแถวนั้นเลย ความกรอบจะดีที่สุด) ถ่าย “รูปภาพทะเล” คามาคุระให้สวย (และไม่ติดคนเยอะ) ถ้าเป้าคือรูปทะเลแบบโล่งๆ ที่หลายคนอยากได้ เราว่าทริคคือไปเช้ามาก หรือเลือกมุมที่เป็นทางเดินริมทะเล/สวนริมชายฝั่งอย่างแถว Kamakura Seaside Park จะได้ทั้งวิวทะเล รถไฟ Enoden และถ้าวันฟ้าเปิดอาจมีลุ้นเห็นเอโนะชิมะกับฟูจิด้วย แต่ขอเตือนจากประสบการณ์ตรงเลยว่า “เมฆมาไวมาก” ดังนั้นถ้าเช้าเห็นฟ้าใส ให้รีบถ่ายก่อนแล้วค่อยไปคาเฟ่ สุดท้าย ถ้าแพลนมีฝน (หรือกลัวเจอฝนแบบเรา) พกร่มพับ/เสื้อกันฝนไว้ช่วยชีวิตมาก และเผื่อเวลาเดินเล่น Komachi-dori เพิ่มอีกนิด เพราะต่อให้ทะเลถ่ายไม่ทัน ร้านของกินยังฮีลใจได้อยู่ดี

ค้นหา ·
Kamakura one day trip