🚨 ด่วนที่สุด! 'ธรรมนัส' บินสั่งการกู้ภัยน้ำท่วมภาคใต้! 🚁🇹🇭
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ ผอ. ศนภ. ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในภาคใต้ พร้อมเปิดศูนย์บัญชาการใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อระดมทุกหน่วยงานเข้าช่วยประชาชนอย่างเต็มกำลัง!
✅ ภารกิจสุดเร่งด่วน:
• สั่งการ ฮ. ช่วยชีวิต: ใช้เฮลิคอปเตอร์กระทรวงเกษตรฯ บินเข้าพื้นที่ถูกตัดขาด รับผู้ป่วยฟอกไตสูงอายุ 2 ราย ส่งโรงพยาบาลได้ปลอด ภัยทันท่วงที!
• ระดมสรรพกำลัง: เสริม เรือแรงม้าสูง เรือหน่วยซีล และเจ็ตสกี เข้าช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างบนหลังคาบ้าน เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวแรงมาก
• ตั้งรับในพื้นที่: จัดระบบบัญชาการใหม่ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (ตะวันออก/ตะวันตก) นำรถทหาร รถชลประทาน และรถ ปภ. เข้าตั้งรับในจุดสำคัญ และเร่งแก้ไขปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ล่ม
• เปิดทางระบายน้ำ: กรมชลประทานเปิดบานประตูระบายน้ำทุกจุด คาดการณ์ว่าฝนจะเบาลงตั้งแต่วันพรุ่งนี้ และสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายใน 3 วัน
รัฐบาลยืนยัน อาหารและสิ่งของช่วยเหลือมีเพียงพอ แต่ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยงโดยเร็วที่สุด!
#น้ำท่วมภาคใต้ #หาดใหญ่ #ธรรมนัส #ช่วยน้ำท่วม #สถานการณ์ฉุกเฉิน
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง การบริหารจัดการและสั่งการช่วยเหลือได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการตั้งศูนย์บัญชาการใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถ koordinat การส่งกำลังและทรัพยากรที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ถูกส่งออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฟอกไตและผู้สูงอายุที่ถูกตัดขาดจากพื้นที่ น้ำท่วมหนัก ซึ่งการดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร หน่วยซีล และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ต่างเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยด้วยเรือแรงม้าสูงและเจ็ตสกี เพื่อทำการอพยพผู้ติดค้างบนหลังคาบ้านที่เกิดจากกระแสน้ำเชี่ยว นอกจากนี้ การจัดระบบบัญชาการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนระหว่างตะวันออกและตะวันตก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์และสื่อสารระหว่างหน่วยงาน และช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ล่มในบางพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น กรมชลประทานยังควบคุมการเปิดบานประตูระบายน้ำทุกจุดเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการลดระดับน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความเสียหายและส่งผลให้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายภายใน 3 วันข้างหน้า รัฐบาลมีการตรวจสอบความเพียงพอของอาหารและสิ่งของช่วยเหลือ โดยยืนยันว่ามีเพียงพอสำหรับผู้ประสบภัย แต่ความสำคัญอยู่ที่การเร่งอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยงอย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยสูงสุด สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด รวมถึงเตรียมพร้อมด้านอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นสำหรับการอพยพ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้
