ส.ป.ก.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีการร้องเรียนมีการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ "เขาไผ่"จ. ชลบุรี" พร้อมจับมือกรมป่าไม้ในการทบทวนขอบเขตที่ดินทั้งหมดในพื้นที่เขาไผ่ ด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศ ชี้หากตรวจสอบย้อนหลังหากพบนายทุนใช้นอมินีหรือมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองโดยมิชอบจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์และดำเนินการตามกฎหมายในทันที
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) ออกจดหมายชี้แจงเร่งด่วน กรณีกรณีชมรมอนุรักษ์ป่าบางละมุงและกลุ่มรักษ์เขาไผ่ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กรณีมีการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่เขาไผ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมหลักฐานการเผาป่า การใช้เครื่องจักรหนัก และข้อสงสัยเรื่องนอมินีรอรับค่าเวนคืนที่ดินไร่ละ 1 ล้านบาท ซึ่งถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนนั้น
พร้อมทั้งเน้นย้ำจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยจับมือกรมป่าไม้ในการทบทวนขอบเขตที่ดินทั้งหมดในพื้นที่เขาไผ่ ด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศและระบบภูมิสารสนเทศหากพบพื้นที่ใดที่ไม่สมควรนำมาปฏิรูปที่ดิน หรือยังเป็นพื้นที่ควรอนุรักษ์ไว้ตามบันทึกข้อตกลงระหว่าง ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ปี 2538 จะร่วมกับกรมป่าไม้ทำการกันพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้เพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบย้อนหลังคุณสมบัติผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินตามที่มีการเสนอข่าวว่าเป็นเกษตรกรไร้ที่ทำกินตัวจริงหรือไม่ หากพบนายทุนใช้นอมินีหรือมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองโดยมิชอบจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์และดำเนินการตามกฎหมายในทันที
ส่วนกรณีพบมีการเผาป่าและใช้เครื่องจักรหนักแผ้วถางพื้นที่ ส.ป.ก. พร้อมให้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และพร้อมเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ได้รับจาก ส.ป.ก. หากพบว่ากระทำผิดเงื่อนไขการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. นอกจากนี้จะตรวจสอบขั้นตอน วิธีการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่ง ด่วนต่อไป
จากประสบการณ์ที่เคยติดตามข่าวปัญหาที่ดินทับซ้อนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เห็นได้ชัดว่าการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศและระบบภูมิสารสนเทศช่วยให้การตรวจสอบขอบเขตและสถานะที่ดินมีความแม่นยำมากขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีเขาไผ่ จังหวัดชลบุรี ที่ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ร่วมมือกันทบทวนพื้นที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ในอดีตหลายพื้นที่มักเกิดปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนโดยที่ดินบางส่วนเป็นพื้นที่ป่าสงวนที่ไม่ควรนำไปปฏิรูปหรือใช้ประโยชน์เชิงเกษตรกรรม การตรวจสอบอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการใช้ที่ดินในทางที่ผิด และหากพบว่าการถือครองที่ดินมีนอมินีมาเกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนมือโดยไม่ชอบ ธรรมดาที่ ส.ป.ก.จะต้องเพิกถอนสิทธิ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและพื้นที่อนุรักษ์ นอกจากนี้ กรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเผาป่าและใช้เครื่องจักรหนัก ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ยังได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐในการรักษาบริบทของธรรมชาติและความชอบธรรมทางกฎหมาย ในประสบการณ์ส่วนตัว การที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศมีบทบาทช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเช่นนี้ ทำให้มีความโปร่งใสและลดปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับที่ดินได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่และประชาชนทั่วไปควรมีส่วนร่วมในการสอดส่องและแจ้งเบาะแส เพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐดำเนินการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วมากขึ้นด้วย

