‘นายกฯ อนุทิน’ เปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุกอ่างทอง ปี 69 ชูมรดกโลกกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
อ่างทอง (13 เม.ย. 2569) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน "สืบสานประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสุก @วิเศษชัยชาญอ่างทอง ปี 2569" ณ ลานหน้าวัดลาดเป็ด จ.อ่างทอง เพื่อยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับสากล หลังยูเนสโกขึ้นทะเบียนสงกรานต์เป็นมรดกโลก
.
"สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทย ๆ สุขใจทั่ วโลก" เน้นความสนุกสนานควบคู่กับความปลอดภัยและความสุภาพ
.
ขบวนแห่สรงน้ำพระพุทธรูป 10 วัด, ขบวนนางรำกว่า 100 ชีวิต และมหกรรมดนตรีตลอดเส้นทางถนนข้าวสุกกว่า 5 กิโลเมตร
.
กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านร้านค้ากว่า 500 แห่ง คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คน
.
นายกฯ เน้นย้ำมาตรการ "ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม" และการเคารพกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความปลอดภัยของทุกครอบครัว
งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 15 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 3454 และพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอวิเศษชัยชาญ
งานสงกรานต์ถนนข้าวสุกที่อ่างทองในปีนี้มีความพิเศษอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีแบบดั้งเดิมแล้วยังเป็นการแสดงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกผ่านการขึ้นทะเบียนสงกรานต์เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ในฐานะคนที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานนี้ ต้องบอกเลยว่าได้รับความประทับใจอย่างลึกซึ้ง ขบวนแห่สรงน้ำพระพุทธรูปจาก 10 วัด และขบวนนางรำกว่า 100 คน ได้สร้างบรรยากาศที่งดงามและเต็มไปด้วยความศรัทธา นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีสดตลอดเส้นทางถนนข้าวสุกยาวกว่า 5 กิโลเมตร ที่ช่วยเสริมสร้างความสนุกสนานและความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชนอย่างแท้จริง ร้านค้ากว่า 500 แห่งที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและอาหารท้องถิ่น ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การท่องเที่ยวไทยกำลังได้รับผลกระทบ งานนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่สำคัญ งานนี้ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะมาตรการ "ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม" รวมถึงการเคารพกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้สนุกอย่างปลอดภัยและมีความสุขกับครอบครัวอย่างเต็มที่ การจัดงานบนถนนทางหลวงหมายเลข 3454 และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอวิเศษชัยชาญ ยังเป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรับรองความสะดวกในการเดินทางของผู้ร่วมงาน งานสงกรานต์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมเทศกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลกและช่วยพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่กันไปอีกด้วย จากประสบการณ์ตรงในการเข้าร่วมงานนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของคนในชุมชน ความตั้งใจของผู้จัดงาน และพลังบวกของวัฒนธรรมไทยในมิติที่ก้าวไกล สมกับความหมายของคำว่า "สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทย ๆ สุขใจทั่วโลก" อย่างแท้จริง

