Buy or Bye~แป้ง Kanebo ใหม่
เมื่อแป้ง Kanebo ออกใหม่ เรารีบสอยมาเลนยย กดมาอย่างไวกริ๊บบบ
ส่วนตัวแล้ว แป้ง Kanebo รุ่นใหม่นี้ เน้นผิวบางเบา เป็นธรรมชาติ เบลอรูขุมขนได้ประมาณนึง ทาแล้วผิวผ่อง ผิวสวยทั้งวัน มีมันตรง T Zone บ้างอะไรบ้าง เพราะเราหน้ามันด้วย โดยรวมแล้ว ชอบ! ซื้อซ้ำตลอดไปแน่นอน
💌แบรนด์: Kanebo
💗ผลิตภัณ์: Melty Feel Wear II (สี 220)
✨เหมาะสำหรับ: ทุกสภาพผิว
💵 ราคา: 1100 กว่าบาท (ต้องซื้อตลับและพับ แยก แนะนำซื้อแปรงด้วยจะให้ฟีลบางเบากว่า)
🤔 ข้อเสีย:ราคาแรง แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่า
📍พิกัด: central tiktok (สั่งตอน Live สด ราคาดีมว๊ากกกก)
#kanebo #ป้ายยากับlemon8 #ติดเทรนด์ #แป้งผสมรองพื้น #รีวิวบิวตี้
ตั้งแต่สมัยที่ได้ลองใช้แป้ง Kanebo Melty Feel Wear II ตัวนี้ มาแล้ว รู้สึกได้เลยว่าความบางเบาของเนื้อแป้งช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติจริงๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบลุคหนักหนา หรือรู้สึกว่าหน้าหนาเกินไปหลังแต่งหน้า เนื้อแป้งสามารถช่วยเบลอรูขุมขนได้ประมาณนึง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ได้ปกปิดแบบเต็มขั้นเหมือนรองพื้นหนักๆ ใครที่อยากได้ลุคโกลวๆ แบบไม่หนามาก ตัวนี้ตอบโจทย์ที่สุด เพราะช่วยให้ผิวดูผ่องใสอย่างเป็นธรรมชาติ ตรง T Zone อาจมีมันเล็กน้อยแต่ไม่เยิ้มจนดูไม่ดี การใช้แป้งร่วมกับแปรงแทนพัฟจะช่วยกระจายแป้งได้บางเบาและเนียนกว่าจริงๆ สำหรับเรื่องสี (220) จะเหมาะกับผิวขาวถึงกลางๆ ใช้ง่าย ไม่ทำให้หน้าลอย ถ้าแพลนจะซื้อแนะนำให้เลือกสีให้เหมาะกับโทนผิวตัวเองนะคะ เรื่องราคาคือแอบสูงอยู่ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและความรู้สึกในการใช้แล้ว คุ้มค่า เพราะแป้งใช้ได้นานและช่วยให้ผิวหน้าดูสวยตลอดวัน ส่วนพิกัดสั่งซื้อที่ Central ผ่าน TikTok Live ก็ให้ราคาดีมาก ถ้าสั่งถูกช่วงลดราคาได้จะคุ้มยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวที่เป็นคนผิวมันนิดๆ แป้งรุ่นนี้ช่วยควบคุมมันได้ในระดับพอใช้ ยังคงต้องเติมระหว่างวันบ้างแต่ไม่ถึงกับเยิ้มหนัก แนะนำสำหรับคนที่ต้องการแป้งผสมรองพื้นที่ให้ความบางเบาและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าปกปิดเต็มรูปแบบ สุดท้ายอยากบอกว่าถึงจะแพง แต่ถือว่าแป้ง Kanebo Melty Feel Wear II เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องผิวหน้าและต้องการความรู้สึกเบาสบาย ไม่หนาหนักจนเกินไปค่ะ


