ศึกมอยเจอร์ตัวดัง แพง VS ถูก 💦✨

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้หยิบมอยเจอร์ไรเซอร์ 2 ตัวที่ต้องมีติดบ้านมาประชันกันชัดๆ ระหว่าง La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ กับ Cetaphil Moisturising Cream ตัวไหนจะชนะสำหรับผิวเรามาดูกัน!

💧 La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+

ความรู้สึก: เนื้อเข้มข้นมากกก เน้นปลอบประโลมผิว ลดรอยแดงได้ดี

ข้อเสีย: แอบหนักหน้าไปนิดสำหรับเรา และราคาสูงกว่าพอสมควรเลย กลิ่นแรง😅

🍃 Cetaphil Moisturising Cream (The Winner! 🏆)

ความรู้สึก: ตัวนี้คือลูกรักเลย! เนื้อครีมเข้มข้นแต่ซึมไว ไม่เหนอะหนะเท่าตัวแรก ทาแล้วผิวฟู อิ่มน้ำทันที ไม่มีกลิ่น

ความคุ้มค่า: ให้คะแนนเต็ม 10! ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มาก ปริมาณเยอะ ใช้ทาได้ทั้งหน้าและตัว

ผลลัพธ์: ผิวแข็งแรงขึ้นมาก รอยแห้งลอกหายเกลี้ยง

สรุป: ถ้าใครมีงบจำกัดแต่อยากได้มอยเจอร์คุณภาพเคาน์เตอร์แบรนด์ เราเชียร์ Cetaphil (หลอดเขียว) สุดใจค่ะ! ถูกกว่าแต่ใช้ดีกว่าสำหรับผิวเรา ใครชอบตัวไหนเหมือนกันบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ 👇

#Lemon8Box #มอยเจอร์ไรเซอร์ #มอยเจอร์ไรเซอร์เซราวี #cetaphilmoisturisingcream

5/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่ลองใช้ทั้ง 2 ตัวต่อเนื่อง เรารู้สึกว่ามัน “เด่นคนละทาง” เลยค่ะ เลยขอเสริมแนวทางเลือกให้เข้ากับสภาพผิว/สถานการณ์ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าใครเหมาะกับตัวไหน 1) ถ้าผิวกำลังระคายเคือง/แดงง่ายหลังสิวหรือหลังทำหัตถการ La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ จะเหมาะมากในวันที่ผิวเหมือนเกราะพังๆ แสบๆ แห้งตึง หรือมีรอยแดง เพราะเนื้อจะค่อนข้างเข้มข้นและให้ฟีลเหมือนเคลือบผิว ช่วยปลอบประโลมได้ดี แต่สำหรับเราเนื้อค่อนข้างหนักหน้า ถ้าทาเยอะตอนกลางวันอาจทำให้รู้สึกเหนอะ และบางคนอาจไม่ชอบเรื่องกลิ่นด้วย ทริคที่เราใช้แล้วเวิร์ก: ทา “บางๆ เฉพาะจุด” บริเวณที่ลอก แดง หรือมุมปากแทนการโบกทั้งหน้า จะได้ประโยชน์เรื่องปลอบผิวโดยไม่หนักเกินไป 2) ถ้าต้องการมอยเจอร์ใช้ทุกวัน เน้นผิวอิ่มน้ำ แต่งหน้าติด Cetaphil Moisturising Cream เป็นตัวที่เราหยิบใช้บ่อยสุด เพราะเนื้อครีมเข้มข้นแต่ซึมไวกว่า ไม่ค่อยเหนอะหนะ และที่ชอบมากคือ “ไม่มีกลิ่น” ทาแล้วผิวฟู ดูอิ่มน้ำทันที โดยเฉพาะวันที่ต้องแต่งหน้า เรารู้สึกว่าฐานผิวมันนุ่มขึ้น รองพื้นเกาะดีขึ้น และรอยแห้งลอกบริเวณแก้ม/คางลดลง 3) เลือกตามงบและความคุ้มค่า (ช่วงราคาประมาณ 200–300 vs 800–1,000 บาท) ถ้าอยากได้ครีมที่ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว ปริมาณเยอะ ใช้ได้นาน และราคาเป็นมิตร Cetaphil จะคุ้มมาก (หลอด/กระปุกเดียวจบ) ส่วน La Roche-Posay เรามองว่าเหมาะเป็นไอเท็ม “กู้ผิวเฉพาะกิจ” มากกว่า คือซื้อไว้ใช้ช่วงผิวพังๆ จะรู้สึกคุ้ม 4) วิธีใช้ให้เห็นผลแบบปลอดภัยกับผิวแพ้ง่าย - เริ่มจากทาบางๆ ก่อน 2–3 วันแรก เพื่อดูว่ามีอุดตัน/ระคายเคืองไหม - ถ้าผิวแห้งมาก ให้ลงบนผิวหมาดหลังล้างหน้า จะล็อกความชุ่มชื้นได้ดีกว่า - ถ้าใช้ตอนเช้า แนะนำทิ้งเวลาให้เซ็ตตัวก่อนลงกันแดดและเมคอัพ จะช่วยลดความเป็นคราบ สรุปแบบบ้านๆ ของเรา: วันปกติ/อยากผิวอิ่มน้ำและคุ้มค่า เราเอนเอียงไปทาง Cetaphil Moisturising Cream แต่ถ้าวันไหนผิวแดง ระคายเคือง ต้องการปลอบประโลมแบบเร่งด่วน La Roche-Posay Cicaplast B5+ ก็ยังเป็นตัวช่วยที่ดีมากค่ะ

ค้นหา ·
มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น

19 ความคิดเห็น

รูปภาพของ มาเอารัย
มาเอารัย

เรามีทั้งคู่ เลยแบบเอาตัว B5 เก็บไว้ทาตอนหน้าแดงมากๆช่วยได้ถ้าหน้ายังไม่พังมากก็ทา Cetaphil เริ่ด

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Sirapoom
Sirapoom

นี่ชอบบ้านเขียวมากกว่า ทาหน้าและคอ โบกไปเลย ไม่ใช้อะไรอีกเลย 5555555

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม