ผักสีเขียวยอดนิยม แท้จริงไฟเบอร์ต่ำ

ผักหลอกผอม! หมอเตือน “ผักกาดแก้ว” ไฟเบอร์ต่ำ กินมากลำไส้ไม่ดีอย่างที่คิด

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “หมอเจด” เตือนคนรักสุขภาพว่า “กินผักทุกวัน ระวังลำไส้พัง เพราะเลือกผักผิด!” โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ตั้งใจ กินสลัดทุกวัน เพื่อหวังให้ลำไส้ดี ขับถ่ายดี และภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่กลับพบว่าท้องอืด จุกแน่น หรือระบบขับถ่ายไม่ดีขึ้นเลย

{ ผักทุกชนิดไม่ได้ดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ }

หมอเจดอธิบายว่า ความจริงแล้วไม่ใช่ผักทุกชนิดจะช่วยเลี้ยง “จุลินทรีย์ดี” ในลำไส้ได้ เพราะบางชนิดย่อยยากจนทำให้ลำไส้เครียดกว่าเดิม หรือบางชนิดแทบไม่มีไฟเบอร์ให้จุลินทรีย์ใช้เป็นอาหารเลย ส่งผลให้ระบบขับถ่ายไม่ดีขึ้นแม้จะกินผักมากแค่ไหนก็ตาม

{ “ผักกาดแก้ว” ผักหลอกผอม ไฟเบอร์ต่ำ แทบไม่ช่วยลำไส้ }

หนึ่งในผักที่ถูกยกตัวอย่างคือ ผักกาดแก้ว หมอเจดระบุว่าแม้จะดูเฮลท์ตี้และเป็นผักยอดนิยมในสลัด แต่แท้จริงแล้วเป็น “ผักหลอกผอม” เพราะส่วนใหญ่เป็นน้ำ มีไฟเบอร์ละลายน้ำต่ำมาก แทบไม่ช่วยเลี้ยงจุลินทรีย์ดีในลำไส้ กินแล้วรู้สึกเบา แต่ระบบขับถ่ายไม่ดีขึ้นอย่างที่คิด

หมอเจดยังแนะนำว่า สำหรับคนที่ต้องการบูสต์ลำไส้หรือเพิ่มจุลินทรีย์ดี ควรใช้ผักกาดแก้วเป็นเพียง “ผักเสริม” ไม่ใช่ผักหลักในจาน เพราะการกินแต่ผักกาดแก้วเพียงอย่างเดียวให้ผล “เฉยมาก” ต่อสุขภาพลำไส้

{ ผักกาดแก้ว: ผักยอดนิยมที่สารอาหารน้อยที่สุด }

ผักกาดแก้ว หรือ ไอซ์เบิร์กเลตทิวซ์ (Iceberg Lettuce) เป็นผักที่มักพบในสลัดและเบอร์เกอร์ มีรสอ่อน กรอบ และให้ความสดชื่น แต่ในเชิงโภชนาการกลับมีสารอาหารน้อยกว่าผักใบเขียวชนิดอื่น เช่น ผักโขม คะน้า หรือผักกาดหอม

● พลังงาน: 14 กิโลแคลอรี

● ใยอาหาร: 1.2 กรัม

● วิตามินเอ: 502 IU

● วิตามินซี: 2.8 มิลลิกรัม

● โฟเลต: 29 ไมโครกรัม

● โพแทสเซียม: 141 มิลลิกรัม

กล่าวได้ว่า ผักกาดแก้วให้ “ปริมาณมากแต่คุณค่าน้อย” เหมาะสำหรับใช้เพิ่มความกรอบและความสดชื่นในเมนู มากกว่าจะพึ่งพาเป็นแหล่งสารอาหารหลัก

{ กินผักอย่างฉลาด เลือกผสมผักให้หลากหลาย }

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากชอบกินผักกาดแก้ว ควรผสมกับผักใบเขียวเข้มอื่น ๆ เช่น คะน้า ผักโขม ผักสลัดแดง หรือร็อกเก็ต เพื่อเพิ่มวิตามินและใยอาหาร รวมทั้งควรกินร่วมกับไขมันดี เช่น อะโวคาโด หรือน้ำมันมะกอก เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดียิ่งขึ้น

{ สรุป }

ผักกาดแก้วไม่ใช่ผักที่ไร้ประโยชน์ แต่มีสารอาหารน้อยเมื่อเทียบกับผักใบเขียวอื่น ๆ จึงควรกินเป็นส่วนเสริมในมื้ออาหาร ไม่ใช่ผักหลักในสลัด เพราะแม้จะดู “ผอมสุขภาพดี” แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้ช่วยระบบลำไส้อย่างที่คิด

2025/11/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงหนึ่งเราเคยติด “สลัดผักกาดแก้ว” มาก เพราะมันกรอบ กินง่าย แถมรู้สึกว่าเฮลท์ตี้สุด ๆ แต่พอกินบ่อย ๆ กลับรู้สึกท้องอืด แน่น ๆ และการขับถ่ายก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่คิด เลยเริ่มสังเกตว่า…อาจไม่ได้อยู่ที่ “กินผักเยอะ” แต่อยู่ที่ “เลือกผักผิด” จริง ๆ โดยเฉพาะผักกาดแก้วที่หลายคนเรียกกันว่าเป็นแนวผักหลอกผอม เพราะน้ำเยอะ แต่ไฟเบอร์ไม่ได้สูงมาก สิ่งที่เราปรับแล้วเห็นผลคือ “จัดจานสลัดให้มีผักเข้ม + ผักหลากสี” โดยให้ผักกาดแก้วเป็นแค่ตัวเพิ่มความกรอบและความสดชื่น ไม่ใช่ผักหลัก ตัวเลือกที่เราชอบสลับคือผักใบเขียวเข้ม ๆ (เช่น คะน้า ผักโขม ผักสลัดแดง ร็อกเก็ต) เพราะมักได้ทั้งไฟเบอร์และสารอาหารแน่นกว่า พอกินแบบผสม ๆ จะรู้สึกอิ่มนานขึ้นด้วย อีกคำค้นที่เจอบ่อยคือ “ชาร์ด” (Swiss chard) หลายคนอาจไม่คุ้น แต่ถ้าเห็นในซูเปอร์จะเป็นผักใบใหญ่ ก้านสีขาว/แดง/เหลือง หน้าตาคล้ายผักโขมแต่ใบหนากว่า เราชอบเอาชาร์ดไปทำ 2 แบบนี้: - ผัดกระเทียมนิด ๆ ใส่น้ำมันมะกอก/งา กินกับโปรตีนย่าง - ลวกเร็ว ๆ แล้วเอามาทำสลัดแทนผักกาดแก้วบางส่วน (ช่วยเพิ่มความหลากหลายของไฟเบอร์) ถ้าเพิ่งเริ่ม ลองผสมกับผักที่รสอ่อนก่อน จะกินง่ายมาก ส่วนสายคอนวีเนียนสโตร์ หลายคนค้นหา “เต้าฮวยฟรุตสลัด 7-11” เพราะอยากได้ของหวานที่ดูเบา ๆ เราก็เคยใช้เป็นตัวช่วยเวลาอยากของหวาน แต่แนะนำให้กินแบบมีสติเล็กน้อย: - ถ้ากินหลังมื้อใหญ่ ลองแบ่งกินครึ่งหนึ่งก่อน จะช่วยคุมความหวานรวม - จับคู่กับถั่ว/โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ถ้ามี) จะทำให้อิ่มนานขึ้นและบาลานซ์มากกว่า - ถ้ากำลังโฟกัสเรื่องลำไส้ ให้ดูว่าในวันนั้นเราได้ “ไฟเบอร์จากผักหลากชนิด” แล้วหรือยัง เพราะของหวานอย่างเดียวไม่ได้ช่วยจุลินทรีย์ดีเท่าที่หลายคนคิด สรุปจากประสบการณ์ส่วนตัว: ผักกาดแก้วไม่ได้แย่ แต่ถ้าหวังเรื่องไฟเบอร์และลำไส้จริง ๆ ให้ใช้เป็นผักเสริม แล้วเพิ่มผักใบเขียวเข้ม/ลองชาร์ดเข้ามาในจาน จะได้ทั้งความกรอบ ความอร่อย และความแน่นของสารอาหารมากขึ้น

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Thanyamon Thong
Thanyamon Thong

👍🥰

ดูเพิ่มเติม(1)