"น้ำปลาทิพรส" ขวดเหลือง กับ ชมพู ต่างกันยังไง?
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู เฉลยแล้วต่างกันยังไง แบบไหนดีกว่า หลายคนใช้มานานเพิ่งรู้
“น้ำปลา” ถือเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวไทยที่แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารกลมกล่อม เข้มข้น และถูกปากคนไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น น้ำปลาทิพรส ที่อยู่คู่ครัวไทยมาหลายยุคหลายสมัย
แต่เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นตาเพียง ขวดฉลากสีเหลือง จนคิดว่ามีสูตรเดียว ทั้งที่จริงแล้วน้ำปลาทิพรสยังมี ขวดฉลากสีชมพู วางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ทำให้หลายคนสงสัยว่า ทั้งสองขวดต่างกันแค่สี หรือมีรายละเอียดอื่นซ่อนอยู่
{ น้ำปลาทิพรส ขวดเหลือง กับ ขวดชมพู ต่างกันตรงไหน? }
ความแตกต่างหลักของน้ำปลาทั้ง 2 สูตร อยู่ที่ สัดส่วนวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะปริมาณปลากะตักที่ใช้ในการผลิต ซึ่งส่งผลต่อรสชาติ ราคา และโซเดียม
<< น้ำปลาทิพรส ขวดเหลือง >>
( ส่วนประกอบ )
• ปลากะตัก 65.0%
• น้ำเกลือ 30.5%
• น้ำตาลทรายขาว 4.5%
( คุณค่าทางโภชนาการ )
• โปรตีน 2 กรัม
• โซเดียม 1,590 มิลลิกรัม
<< น้ำปลาทิพรส ขวดชมพู >>
( ส่วนประกอบ )
• ปลากะตัก 60.0%
• น้ำเกลือ 30.5%
• น้ำตาลทรายขาว 4.5%
( คุณค่าทางโภชนาการ )
• โปรตีน 1 กรัม
• โซเดียม 1,320 มิลลิกรัม
{ สรุปง่ายๆ เลือกขวดไหนเหมาะกับใคร }
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ขวดเหลือง ใช้ปลากะตักมากกว่า จึงมักถูกมองว่าเป็นสูตรมาตรฐานหรือเกรดสูงกว่า ให้รสชาติเข้มข้น และมีโปรตีนมากกว่า
ส่วน ขวดชมพู ใช้ปลากะตักน้อยกว่า ทำให้ราคาย่อมเยากว่า และมีปริมาณโซเดียมน้อยกว่าขวดเหลือง จึงอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการควบคุมการบริโภคโซเดียม
{ แล้วควรเลือกแบบไหน? }
• หากชอบรสชาติเข้มข้น ใช้ปรุงอาหารทั่วไป เลือก ขวดเหลือง
• หากเน้นความคุ้มค่า หรืออยากลดโซเดียมลงเล็กน้อย เลือก ขวดชมพู
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ก็ควรใช้ในปริมาณเหมาะสม เพราะน้ำปลายังคงเป็นเครื่องป รุงที่มีโซเดียมสูง หากบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้
น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองและขวดชมพู ไม่ได้ต่างกันแค่สีฉลาก แต่แตกต่างกันทั้งสัดส่วนปลากะตัก โปรตีน โซเดียม และราคา ใครที่ใช้มานานแต่ไม่เคยสังเกต วันนี้คงได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า เลือกขวดไหนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและการใช้งานของแต่ละบ้าน
แหล่งอ้างอิง
1. Tiparos : ข้อมูลผลิตภัณฑ์น้ำปลาทิพรส
2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) : ข้อมูลโภชนาการและการบริโภคโซเดียม

































































