Automatically translated.View original post

Spring Airlines Review

2/8 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาข้อมูล “สายการบิน Spring Airlines” ก่อนกดจอง เราขอสรุปสิ่งที่อยากให้เตรียมใจและเตรียมตัวไว้จากประสบการณ์ตรงแบบคนเดินทางเอง (เน้นสายประหยัด แต่ไม่อยากพลาดไฟลต์) 1) เรื่องคิวเช็คอิน: มาเร็วไว้ดีกว่าที่คิด เราเคยไปถึงก่อนเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ยังเจอคิวยาวมาก โดยเฉพาะช่วงไฟลต์ออกใกล้ ๆ กันหลายเที่ยว หรือเวลาที่มีผู้โดยสารโหลดกระเป๋าเยอะ แนะนำเผื่อเวลา 3 ชั่วโมงจะอุ่นใจกว่า และพยายามไปยืนต่อคิวทันที ไม่แวะซื้อของ/เข้าห้องน้ำยาว ๆ ก่อน 2) สัมภาระ “เข้ม” ควรชั่งน้ำหนักก่อนถึงสนามบิน สิ่งที่หลายคนเจอคือเขาเช็คทั้ง “น้ำหนัก” และ “ขนาด” กระเป๋าค่อนข้างจริงจัง โดยเฉพาะกระเป๋าที่จะเอาขึ้นเครื่อง/วางเหนือศีรษะ ถ้ากระเป๋าใหญ่หรือหนักเกิน มีโอกาสต้องซื้อเพิ่มที่เคาน์เตอร์ซึ่งราคาอาจแรงกว่าซื้อออนไลน์ล่วงหน้า เราเคยมีรายการซื้อค่าสัมภาระเพิ่มรวม ๆ ราว 1,622 บาท เลยอยากแนะนำให้: - ชั่งกระเป๋าที่บ้านให้ชัวร์ - ถ้ารู้ว่าจะเกิน ให้ซื้อโควต้าสัมภาระเพิ่มตั้งแต่ตอนจองหรือก่อนวันบิน - แยกของหนักไว้ในใบโหลด และทำใบถือขึ้นเครื่องให้เล็ก/เบา 3) หลังเช็คอินอย่าชะล่าใจ: เกทอาจไกลมาก เคยมีรอบที่เช็คอินเสร็จแล้วเหลือเวลาประมาณ 50 นาที แต่เกทอยู่ไกล ต้องเดินเร็วมาก (บางสนามบินต้องผ่านจุดตรวจหลายด่าน) ทริคคือเช็คหมายเลขเกทให้ไว และมองป้ายทางไปเกทตั้งแต่แรก ถ้ามีกระเป๋าล้อลากหนัก ๆ จะเสียเวลาเยอะ 4) บนเครื่อง: เบาะเอนไม่ได้ + ช่องเก็บของเล็ก บนเครื่องของ Spring Airlines ที่เราเจอ เบาะปรับเอนไม่ได้ แต่ข้อดีคือรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนขาดูโปร่งขึ้นนิดหน่อย นั่งได้โอเคถ้าไฟลต์ไม่ยาวมาก ส่วนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะค่อนข้างเล็ก ใครถือเป้ใบใหญ่หรือกระเป๋าทรงแข็งอาจยัดยาก แนะนำใช้กระเป๋านิ่ม ๆ หรือใบที่ขนาดพอดี 5) เรื่องเวลาและความนิ่มในการบิน ไฟลต์ที่เรานั่ง เครื่องขึ้น-ลงค่อนข้างนิ่ม และทำเวลาได้ตรงดี อันนี้ถือเป็นคะแนนบวกของสายการบินโลว์คอสต์เลย สรุปสำหรับคนกำลังตัดสินใจ: ถ้าอยากประหยัดและรับได้กับความเข้มเรื่องสัมภาระ + ต้องเผื่อเวลาเช็คอิน/เดินไปเกท Spring Airlines ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้ แต่เคล็ดลับคือ “ซื้อสัมภาระล่วงหน้า + ไปสนามบินเร็ว + ถือขึ้นเครื่องให้น้อย” จะช่วยให้ทริปไหลลื่นขึ้นมาก