เล่าประสบการณ์วันแรกในจีน แบบคนไม่รู้ภาษา ชีวิตแบบภัยพิบัติ😫🇨🇳❤️‍🔥

ถ้าจะมีวันไหนซักวันที่ต้องเล่า ในชีวิตการเรียนต่อจีน แบบคนไม่รู้ภาษาจีนเลย ก็ต้องเป็น Day 1 in China เลย ชีวิตคือไม่เคยรู้สึกประสบภัยซ้ำซ้อนขนาดนี้มาก่อน

⏰ ✈️- Flight delayed

เรากะเวลากินมื้อเช้าที่สุวรรณภูมิผิดพลาด ทำให้เราต้องรีบวิ่งมา จนพอถึงเกท (แบบกังวลว่าไม่ได้แลกเงิน) สายการบินประกาศว่าไฟลท์ดีเลย์30นาที แต่ในโชคร้ายมีโชคดี เราเลยเดินไปแลกเงินชิลๆ พร้อมชานม 1 แก้ว

🚕 - Taxi แบบเหมา

พอถึงสนามบิน ผ่าน immaigration เดินออกมาปุ๊ป กระเป๋าก็มาพอดี และ ด้วยความกังวลภาษา ไม่รู้จุด didi (และความขี้เกียจ) ทำให้เราไปกับคนที่มาดัก แต่เค้าก็ช่วยลาก/ ช่วยยกกระเป๋า แต่ก็มากับราคาแพงกว่า didi เกือบ 2 เท่าเลย🥲

🥘 - มาโผ โท่ฝุ

ในส่วนของอาหารมื้อแรกนั้น หนึ่งอย่างที่แปลด้วยแอพได้ คือเมนูนี้ เลยจัดมา 1 แต่เหมือนเจ้าของร้านอาจจะเข้าใจว่า 1 ครอบครัว เพราะจานใหญ่มาก และ ในส่วนของข้าวนั้น ให้มาประมาณ 1 โถ

รสชาติคือ เค็ม เผ็ด ชา และ ชาาาาา

ผลประกอบการกินได้ไปเกือบ 10 คำ ที่เหลือ พอ!

🚪 - เข้าห้องไม่ได้

ทางคอนโดให้รหัสมาแล้ว แต่เปิดยังไงก็ไม่ได้ เลยต้องถ่ายคลิป เดินลงไปให้นิติแก้ นั่งอยู่ตรงข้ามกันแต่ พิมพ์คุยกันล้วนๆ (เพราะwechatมีให้แปล)

* สุดท้ายเข้าได้ เค้าลืมแก้รหัส

❄️ - เครื่องทำน้ำอุ่นมันใช้ยังไงโว้ยยยยยยย

ในอากาศ 15-16 องศา เดินทางมาไกล และอยากอาบน้ำอุ่น แต่ไม่สามารถเปิดได้ เพราะไม่รู้ภาษา ถาม AI 3 ตัว แทบอยากให้มันประชุมกัน แต่ก็เปิดไม่ได้อยู่ดี ก็เลยต้องทนอาบน้ำเย็นเจี๊ยบ อาบไปกรี๊ดไป

นี่ก็คือในส่วนของวันแรกในประเทศจีนของเราเอง

จริงๆ วันแรกของเรา ผ่านไปอย่างเต็มไปด้วยคอนเทนท์ แต่มันทำให้วันถัดๆมา เรา apreciate ทุกเรื่องเล็กๆ เช่น เปิดเครื่องทำอุ่นได้ครั้งแรก สั่งอะไรง่ายๆที่ไม่เผ็ด เราดีใจมาก

✏️ ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ขอให้ทุกคนเอนจอยกับเรื่องที่ทำไม่เป็น และ ดีใจอยู่เสมอ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆก็ตามนะ เราว่าสนุกมากเลย

#Lemon8ชวนเล่า

#ปัญหาชีวิต

5/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในวันแรกที่มาถึงประเทศจีน โดยที่ไม่ได้รู้ภาษาจีนเลยนั้น เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายมาก เพราะภาษาคือกำแพงใหญ่ที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างดูยากและซับซ้อน ตัวอย่างเช่น การแลกเงินที่สนามบินหรือสั่งอาหารที่ร้านอาหาร ซึ่งด้วยความไม่คุ้นเคยกับภาษาท้องถิ่น ทำให้เราต้องใช้แอปแปลภาษาร่วมกับการสังเกตและสื่อสารด้วยภาษากายมากขึ้น อีกเรื่องที่เจอง่ายๆ แต่ก็สร้างความวุ่นวายได้มากคือการหารถแท็กซี่จากสนามบิน บางครั้งเราอาจจะเจอราคาที่แพงกว่าปกติหรือโดนคนที่ไม่รู้จักมาดักรถ ซึ่งการเรียนรู้วิธีเรียกใช้บริการแชร์รถอย่างแอป Didi จะช่วยลดความเสี่ยงและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เรื่องอาหารก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ติดตัว เพราะแม้จะใช้แอปแปลภาษาแล้วเลือกสั่งอาหารง่ายๆ บางครั้งเมนูที่ได้กลับมีรสเผ็ดและกลิ่นชาแบบหมาล่าที่เราไม่คุ้นเคย นั่นทำให้ได้เรียนรู้และปรับตัวทีละน้อย เช่น การขอให้ลดเผ็ด หรือเลือกเมนูที่สะดวกสำหรับเรามากขึ้น การเข้าห้องพักก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีรหัสเข้าห้องแต่ถ้าคอนโดลืมแก้รหัสจริงๆ ก็ต้องคุยกับนิติผ่านแอป WeChat ที่มีฟังก์ชันแปลภาษา ซึ่งช่วยให้การสื่อสารแม้ไม่มีภาษากลางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การเรียนรู้การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น ก็ต้องอาศัยความพยายามและถามไถ่อยู่บ่อยๆ สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดจากประสบการณ์นี้คือการเปิดใจยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบและความท้าทายที่เข้ามา พร้อมๆ กับการมองหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่สำเร็จ เช่น การเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นได้ครั้งแรก หรือการสั่งอาหารที่เราชอบได้สำเร็จ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราผ่านวันที่ยากลำบากไปได้อย่างมีความหวังและกำลังใจ ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศ ที่ต้องเผชิญกับความไม่รู้ในเรื่องภาษาและวัฒนธรรม ขอให้ตั้งใจเรียนรู้ ปรับตัว และหาเครื่องมือช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น และอย่าลืมที่จะสนุกไปกับการลองทำสิ่งใหม่ๆ ถึงแม้จะผิดพลาดบ้าง ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าในชีวิตเรา