🇮🇹 Italy Trip Day 3 - Venice[Part1] ✨

✨ วันที่ 3 : Venice ครั้งแรกในชีวิต สวยเหมือนฝันจริงๆ

ขอเล่าย้อนนิดนึงจาก 2 วันที่ผ่านมาเลยนะคะ

👉 ช่วงที่เรามา (เดือนเมษายน) อากาศดีมากกก 🌤️

ประมาณ 10–22 องศา เย็นๆ ชิลๆ เดินทั้งวันได้สบายเลย

🚌 เริ่มต้นวัน! เข้า Venice จาก Mestre

วันนี้เราตื่นแต่เช้า เพื่อเลี่ยงคนเยอะ จะได้ถ่ายรูปไม่ติดคนเยอะ

เราไปขึ้นรถเมล์สาย 2 จากหน้าโรงแรม

👉 ซื้อตั๋วง่ายมาก กดที่ตู้ + แตะบัตรเครดิตได้เลย ราคาแค่ 1.5€ สะดวกเหมือนอยู่ไทยเลยจริงๆ 😆

⛪ เริ่มเที่ยว Venice แบบว้าวตั้งแต่จุดแรก

พอลงจากรถเมล์ เราเดินเข้าเกาะทันที แล้วมุ่งหน้าไปที่📍 Basilica Santa Maria della Salute

รอบนี้เราเลือกเปิดประสบการณ์นั่งเรือ 🚤 จากท่า S.Toma"A" → Salute 💳 ราคา 9.5€ (ขาเดียว)

วิวระหว่างทางคือดีมากกก 🌊✨

จากนั้นเราก็เริ่ม “เดินจริงจัง” 😆 เส้นทางคร่าวๆ ของเรา:

• ข้ามสะพาน Ponte dell'Accademia

• เดินไป Campo Santo Stefano

• ต่อไป Piazza San Marco

• ผ่าน Monument to Victor Emmanuel II

ขอบอกเลยว่า Google Maps 🗺️ ช่วยชีวิตมาก!

แนะนำให้โหลดแบบ offline ไว้ด้วยนะคะ

ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะจ๊ะ...มีภาคต่อของเวนิสในโพสต์หน้าจ้า รูปเยอะลงรูปไม่หมดเลยต้องแบ่งโพสต์ 😂

#italytrip #เที่ยวคนเดียว #เที่ยวอิตาลี #venice #อิตาลี

เวนิส
4/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเที่ยวเวนิสในเดือนเมษายนเป็นช่วงที่แนะนำมากเพราะสภาพอากาศค่อนข้างเย็นสบายประมาณ 10–22 องศาเซลเซียส ทำให้เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงซัมเมอร์ ดังนั้นจึงได้บรรยากาศของเมืองที่สงบและเหมาะกับการถ่ายรูปโดยไม่ติดคนเยอะ สำหรับการเข้าสู่เวนิสจาก Mestre โดยสารรถเมล์สาธารณะสาย 2 เป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดมาก ซื้อตั๋วผ่านตู้หยอดเหรียญหรือแตะบัตรเครดิตได้ทันทีในราคาต่ำกว่า 2 ยูโรเท่านั้นเอง ถือว่าเหมือนกับระบบขนส่งในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ส่วนการเดินทางภายในเวนิส แนะนำอย่างยิ่งให้นั่งเรือ Vaporetto อย่างที่เคยกล่าวถึง ที่ท่า S.Toma A ไปที่ Salute ราคาประมาณ 9.5 ยูโรเป็นขาเดียว วิวระหว่างทางผ่านคลองและสถาปัตยกรรมงดงามของเวนิส สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากจริงๆ ถ้าใครมีแพลนจะเดินเที่ยวแนะนำให้วางแผนเส้นทางจากสถานที่สำคัญ เช่น Basilica Santa Maria della Salute, Ponte dell’Accademia, Campo Santo Stefano และจุดดังอย่าง Piazza San Marco รวมถึงผ่านอนุสาวรีย์ Monument to Victor Emmanuel II ซึ่งแต่ละจุดนั้นมีสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและเหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บความทรงจำ อีกหนึ่งตัวช่วยที่ขาดไม่ได้ก็คือการโหลดแผนที่ Google Maps แบบออฟไลน์ไว้ก่อน เพราะในบางจุดสัญญาณมือถืออาจจะไม่เสถียร ทำให้มั่นใจว่าไม่หลงทางและใช้เวลาวางแผนเที่ยวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสบการณ์ส่วนตัวของผมคือการแยกโพสต์เพื่อแสดงรูปและเล่าเรื่องให้ละเอียดทำให้การเดินทางในครั้งนี้ดูมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวคนเดียวหรือกลุ่มที่อยากรู้สึกเหมือนท่องโลกแบบบันทึกส่วนตัว นอกจากการเดินและนั่งเรือแล้ว ควรเตรียมรองเท้าที่ใส่สบาย ไม่ลื่น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ในเวนิสเป็นถนนหินและสะพานหลายจุด แต่บรรยากาศรวมของเมืองนั้นสวยงามและสมกับการมาเยือนจริงๆ ถ้าใครอยากได้คำแนะนำการเตรียมตัวเที่ยวเวนิสแบบเจาะลึก รวมถึงสถานที่กินและช็อปปิ้งที่จะมาแชร์ในภาคต่อ ก็อย่าลืมติดตามโพสต์ต่อไปนะครับ