Automatically translated.View original post

Life lessons changed in the near 50s.

A deeply understood and accessible word.

The essence is "thank you."

The old days were heard and heard.

That being grateful for what "we have"

It was good for us, but we tried it.

And always practiced

Now I want to share and say,

"Really good" because of what you learned.

And it really affects yourself.

We felt we didn't have to "find" and "run."

All the time. To get what we want.

Because we have to be "still" and grateful for that.

Well, just so we're "still" and considering what we have to thank you for.

Turns out....."Hey, why am I so lucky?"

Lucky to have a home.

Lucky to have a job.

Lucky to have a client.

Fortunately, there are all parents.

Fortunately, he designed his own life.

Lucky to eat your favorite.

Lucky to have a good friend.

Fortunately, the body is healthy.

And what a lucky pile.

In the past, we didn't feel "lucky."

Because of everything. We're "used to."

And no, thank you, something serious, intentional.

Let's practice. Thank you.

Thank you for your surroundings.

Until becoming a habit

When I find something, I accidentally thank you for everything.

Oh! It's really good, everyone!!!!!

Anyone have anything to share in the corner, thank you.

Come to share together

# lemon 8 girls

# Develop yourself

# 40 plus is not convenient

# 40 is still cool

# 40 plus playing lemon8

6/9 Edited to

... Read moreในวัยที่ใกล้ย่างเข้าสู่วัย 50 หลายคนอาจมองว่าชีวิตกำลังผ่านจุดสุดยอดและเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า แต่สำหรับฉันแล้ว การได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องของ “ความขอบคุณ” กลับทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างน่าทึ่ง ฉันเริ่มฝึกฝนการรู้สึกขอบคุณในสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่น บ้านที่อบอุ่น งานที่ทำให้รอยยิ้มของลูกค้า ลูกค้าเหล่านั้นที่ยังคงเชื่อมั่นในตัวเรา รวมถึงครอบครัวและเพื่อนๆ ที่คอยเป็นกำลังใจ นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องวิ่งตามสิ่งที่ยังไม่มีตลอดเวลา แต่ควรจะนิ่งสงบและเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้วจริงๆ อย่างที่ฉันเคยไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้มาก่อน เคยคิดว่าความสำเร็จหรือสิ่งที่เรายังไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญกว่า แต่ในตอนนี้ การหยุดและขอบคุณสิ่งที่มี กลับสอนให้ฉันตระหนักว่าความโชคดีรายล้อมตัวเรามากมายแค่ไหน เช่น สุขภาพที่แข็งแรง ได้กินอาหารที่ชอบ มีโอกาสได้ออกแบบชีวิตตัวเอง รวมถึงการรู้จักฟังเสียงใจของตัวเองและปรับเปลี่ยนมุมมองไปในทางที่ดีขึ้น บางครั้งการใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หยิบสมุดบันทึกมาเขียนถึงเรื่องที่เราขอบคุณในแต่ละวัน ก็สามารถช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อชีวิตและทำให้เรามีพลังใจต่อสู้กับความท้าทายในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ ฉันอยากแนะนำให้ทุกคนลองฝึกนิสัยนี้ดู ยิ่งในยุคที่วุ่นวาย การมองเห็นความดีและขอบคุณสิ่งรอบตัว แม้จะเป็นสิ่งธรรมดา ก็ช่วยให้หัวใจเราสดชื่น และมีความสุขในสิ่งที่มีมากกว่าการตามหาแต่สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ สุดท้ายนี้ฉันขอชวนเพื่อนๆ ทุกคนมาแบ่งปันเรื่องราวการขอบคุณในชีวิตกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจดีๆ ให้กันและกันในชุมชนนี้ค่ะ