Automatically translated.View original post

🚣🏻‍♀️How does Doch 🇩🇪 use it?

4/16 Edited to

... Read moreเวลาเรียนภาษาด๊อยช์ เราจะเจอคำว่า “doch” บ่อยมากกก และเป็นคำที่แปลตรงตัวเป็นไทยคำเดียวไม่ได้ เพราะความหมายมันเปลี่ยนตาม “สถานการณ์ + น้ำเสียง” เลย ลองดูทริคที่ช่วยให้จับทางได้ง่ายขึ้น (จากที่เราเจอในชีวิตประจำวัน) นะ 1) จำหลักใหญ่ก่อน: doch มักโผล่มาเวลา “ขัด/สวน/แก้ความเข้าใจ” ถ้ามีคนพูดเชิงปฏิเสธหรือคิดว่าไม่ใช่ เราสามารถใช้ doch เพื่อบอกว่า “ใช่นะ / มีนะ / ทำแล้วนะ” ตัวอย่างที่ใช้บ่อยมาก: - A: Du hast keine Zeit. (เธอไม่มีเวลา) B: Doch! (มีสิ!) - A: Du kommst heute nicht. (วันนี้เธอไม่มา) B: Doch, ich komme. (มานะ ฉันมา) ทริค: ถ้าเห็น “Doch!” เดี่ยวๆ ส่วนใหญ่คือการตอบสวนประโยคปฏิเสธแบบชัดๆ 2) doch ช่วยทำให้น้ำเสียง “นุ่มลง/กันเองขึ้น” บางทีประโยคเยอรมันตรงๆ จะฟังแข็ง ถ้าเติม doch จะเหมือนใส่โทนประมาณ “หน่อยนะ / นะ” ทำให้ฟังเป็นมิตรมากขึ้น ตัวอย่าง: - Das ist doch gut. (มันก็ดีนะ) - Das weißt du doch. (เธอก็รู้อยู่แล้วนี่นา) เหมาะกับคุยกับเพื่อน/คนสนิท หรือเวลาต้องการย้ำแบบไม่ดุ 3) ใช้ในประโยคคำสั่งให้สุภาพขึ้น (ขอร้องมากกว่าออกคำสั่ง) จุดนี้หลายคนชอบ เพราะช่วยให้ประโยคดูละมุนขึ้นทันที - Komm doch mal her. (มานี่หน่อยสิ) - Sag doch bitte Bescheid. (รบกวนบอกกันหน่อยนะ) ทริค: ถ้ามี bitte อยู่แล้ว เติม doch ได้เพื่อให้ฟัง “ขอร้องแบบเป็นกันเอง” มากขึ้น 4) ความหมายประมาณ “ก็…นะ / ก็จริงนะ” (ยอมรับบางส่วน) ใช้เวลาพูดเชิงเห็นด้วยแต่ยังมีมุมอื่น หรือสรุปว่ามันก็เป็นแบบนั้นแหละ - Es ist doch so. (มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ/ก็จริงนะ) - Du hast doch recht. (เธอก็พูดถูกนะ) 5) ใช้เวลา “แปลกใจ/นึกไม่ถึง” อารมณ์คล้าย “เอ้า/อ้าว/เฮ้ย จริงดิ” แต่สุภาพกว่า ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง - Du bist doch schon da! (อ้าว มาถึงแล้วเหรอ!) - Das ist doch nicht möglich! (ไม่น่าเป็นไปได้มั้ง!) สรุปวิธีจำแบบเร็วๆ (เวลาทำข้อสอบหรือเจอในบทสนทนา) - เห็นประโยคปฏิเสธมาก่อน → doch มักแปลว่า “มีสิ/ใช่นะ/ทำแล้วนะ” - อยู่ในประโยคบอกเล่า → มักเป็นการย้ำ/ทำให้นุ่มนวล “ก็…นะ/นี่นา” - อยู่ในคำสั่ง → ทำให้สุภาพขึ้น “หน่อยสิ/นะ” - เจออุทาน/ตกใจ → สื่อความแปลกใจ “อ้าว!” ถ้าอยากฝึกเร็ว แนะนำลองแต่งประโยคสั้นๆ 1 ประโยคต่อ 1 ความหมาย เช่น Doch! / Das ist doch gut. / Komm doch mal… แล้วอ่านออกเสียงหลายๆ รอบ จะเริ่มรู้สึกได้เองว่า doch ให้ฟีลต่างจากประโยคที่ไม่มีคำนี้ยังไง