Only good people have an ego?
ถ้ามีคนถามว่า “อีโก้คืออะไร” แบบสั้นๆ ในภาษาที่เราใช้กันทุกวัน เราว่าอีโก้ (Ego) คือ “ความเป็นตัวฉัน” หรือภาพที่เรายึดถือว่าฉันเป็นแบบนั้นแบบนี้ และอยากให้คนอื่นมองเราแบบนั้นด้วย พออีโก้ทำงานหนักๆ มันจะกลายเป็นการยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่อยากเสียหน้า ไม่อยากผิด ไม่อยากถูกท้าทาย—even ถ้าข้างในไม่ได้เก่งกว่าคนอื่นเลยก็ได้ หลายคนชอบผูกว่า “เพราะว่าเก่งจึงมี EGO?” หรือ “คนที่มีอีโก้มันก็ต้องมีความเก่ง” แต่จากที่เคยเจอในที่ทำงาน/ในทีม มันไม่เสมอไปจริงๆ บางคนเก่งมากแต่ถ่อมตัวและฟังคนอื่นเก่ง บางคนยังไม่เก่งเท่าไรแต่ “อีโก้จัด” เพราะกลัวถูกมองว่าไม่เก่ง เลยพยายามปกป้องภาพลักษณ์ตัวเองตลอดเวลา เช่น โดนติแล้วขึ้นเสียง พูดประชด หรือชอบตัดบทคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่า สิ่งที่ช่วยแยก “อีโก้” ออกจาก “ความมั่นใจ” คือปฏิกิริยาตอนโดนฟีดแบ็ก - คนมั่นใจ: ฟังแล้วคิดต่อได้ ยอมรับว่าพลาดได้ และเอาไปปรับ - คนอีโก้นำ: รู้สึกโดนโจมตีทันที ต้องเถียง ต้องชนะ หรือพยายามทำให้คู่สนทนาดูผิด อีกมุมที่เราเห็นบ่อยคืออีโก้ทำให้ “ไม่เก่งขึ้น” แบบที่หลายคนพูดกัน เพราะพอเราติดกับดักว่าตัวเองต้องถูก ต้องดูดี เราจะไม่กล้าถาม ไม่กล้าลอง ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ แล้วสุดท้ายก็พลาดโอกาสเรียนรู้ ที่แย่กว่านั้นคือคนรอบข้างไม่กล้าเตือน ไม่กล้าเสนอความเห็น ทำให้ทีม/ความสัมพันธ์ตันๆ ถ้าอยากเช็กตัวเองแบบไม่ดราม่า ลองถามคำถามนี้กับตัวเองเวลารู้สึกหงุดหงิด: 1) ฉันกำลังปกป้อง “ความถูกต้อง” หรือปกป้อง “หน้า” ของตัวเอง? 2) ถ้าวันนี้ฉันยอมรับว่าฉันผิด ฉันจะเสียอะไรจริงๆ หรือแค่เสียความรู้สึก? 3) ฉันอยากแก้ปัญหา หรืออยากชนะการคุยครั้งนี้? วิธีลดอีโก้ที่เราใช้แล้วเวิร์กคือ “เปลี่ยนจากเอาชนะเป็นเอาให้ดีขึ้น” เช่น เวลามีคนทักงาน แทนที่จะรีบอธิบายยาวๆ ลองตอบว่า “ขอบคุณนะ ตรงไหนที่คิดว่าควรปรับที่สุด?” หรือถ้ายังเผลอเดือด ให้พัก 10 วินาทีแล้วค่อยตอบ (ช่วยมากกว่าที่คิด) สุดท้าย อีโก้ไม่ใช่ของเลวร้าย 100% มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่ช่วยให้เรามีขอบเขตและศักดิ์ศรี แต่พอมากไปมันจะกลายเป็นกำแพง ถ้าเราแยกให้ออกว่าเรากำลัง “มั่นใจ” หรือกำลัง “ปกป้องตัวเอง” เราจะคุมอีโก้ได้ดีขึ้น และความเก่งก็มีพื้นที่ให้เติบโตจริงๆ