Automatically translated.View original post

Making sugar snacks in the way of the villagers

Before getting a delicious sugar snack, Nong Tan is fighting a lot.

Hold Nong Yee and iron the water for 1 night.

Get the sugar meat mixed according to the recipe, come out as a delicious sugar dessert

Pretty good. 💕💕

2025/8/2 Edited to

... Read moreหลายคนที่ค้นหา “รูปขนมตาล/ขนมลูกตาล” อาจอยากรู้ด้วยว่าขนมตาลหน้าตาดีแบบในรูปทำยังไงให้ “ฟูฉ่ำ” และสีสวยธรรมชาติ เราเลยสรุปเป็นทริคจากที่ลองทำเองแบบบ้านๆ ให้ค่ะ (ขั้นตอนหลักยังคงเป็นยีลูกตาล–รีดน้ำ–แขวนพัก 1 คืนเหมือนเดิม) 1) เลือกลูกตาลให้ถูก จะช่วยให้ขนมตาลหอมและไม่ฝาด - เลือกลูกตาลสุกที่เนื้อเหลืองนวล กลิ่นหอมหวาน ไม่มีกลิ่นเปรี้ยวฉุน - ถ้าได้ลูกตาลอ่อนเกินไป เนื้อจะจืดและออกฝาด ทำให้ขนมไม่หอม 2) ทำไมต้อง “รีดน้ำแล้วแขวนไว้ 1 คืน” จากที่ทำเอง การพักไว้ช่วยให้เนื้อตาลเซ็ตตัว น้ำส่วนเกินออกไป เนื้อจะเข้มข้นขึ้น เวลาผสมแป้งแล้วขนมไม่แฉะ นึ่งออกมาจะฟูและเนื้อไม่แน่นเกินค่ะ 3) เคล็ดลับให้ขนมตาลฟู - ตอนผสมให้คนแค่พอเข้ากัน อย่าคนนานจนแป้งเหนียว (จะฟูยาก) - พักส่วนผสมไว้สักพักก่อนนึ่ง (ถ้ามีเวลา) เนื้อขนมจะนุ่มขึ้น - น้ำในซึ้งต้องเดือดจัดก่อนค่อยวางถ้วย และอย่าเปิดฝาซึ้งบ่อย เพราะไอน้ำตกใส่หน้าขนมจะทำให้ยุบ 4) ทำให้สีสวยและผิวหน้าเนียน - กรองเนื้อตาล/ส่วนผสมด้วยกระชอนก่อนหยอด จะช่วยลดเสี้ยน ทำให้เนียนขึ้น - ใช้ถ้วยตะไลหรือถ้วยเล็กๆ ทาน้ำมันบางๆ กันติด แกะออกมาทรงสวย ถ่าย “รูปขนมตาล” ได้เป๊ะขึ้น 5) แก้ปัญหายอดฮิต - ขนมไม่ฟู/แน่น: ไฟอ่อนเกิน, คนส่วนผสมนานเกิน, หรือเนื้อตาลเหลวน้ำเยอะ (ลองรีดน้ำให้แห้งขึ้น) - ขนมมีกลิ่นเปรี้ยว: ลูกตาลเริ่มเสีย หรือพักไว้นานเกิน/อากาศร้อนมาก ควรเก็บในตู้เย็นระหว่างรอ - ขนมแฉะ: หยอดหนาเกินไปหรือเวลานึ่งไม่พอ ลองลดระดับการหยอดและเพิ่มเวลานึ่งอีกนิด 6) ไอเดียเสิร์ฟคู่กัน (เผื่อใครค้นหา “ลูกตาลลอยแก้ว”) ถ้ามีลูกตาลเหลือ เราชอบทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” กินคู่กันเป็นเซ็ตของหวานไทยเลยค่ะ แช่เย็นแล้วสดชื่นมาก เหมาะไว้ถ่ายรูปลงบทความ/โพสต์ให้มีทั้งขนมตาลและลูกตาลลอยแก้วในจานเดียว สรุปคือ “ขนมตาลแบบวิถีชาวบ้าน” ที่อร่อยจริงๆ อยู่ที่การเตรียมเนื้อตาลให้ดี (ยี–รีดน้ำ–แขวนพัก) แล้วคุมไอน้ำตอนนึ่งให้เดือดจัด เท่านี้ก็ได้ขนมตาลฟูนุ่มหอม ถ่ายรูปออกมาน่ากินสุดๆ ค่ะ