YUME MATCHA
ถ้าเสิร์ชหา “yume matcha เมนู” แล้วลังเลว่าจะสั่งอะไรดี เราขอแชร์แนวทางเลือกเมนูแบบคนชอบมัทฉะที่อยากได้ทั้งความเข้มและความละมุน (โดยไม่หวานจนกลบรสชา) เมนูที่อยากให้ลองเป็นอันดับต้นๆ คือ Warabi Mochi เหมาะมากสำหรับคนชอบเนื้อสัมผัสหนึบๆ เด้งๆ กินเพลิน ตัวโมจิจะให้ความนุ่มหนึบแบบไม่หนักท้องเท่าขนมเค้ก และเข้ากับมัทฉะได้ดี เพราะรสชาเขียวจะตัดความหวาน ทำให้ไม่เลี่ยน เวลาเลือกสั่ง เราแนะนำให้ถามพนักงานว่ามีตัวเลือกความหวานไหม (บางสาขาจะปรับได้) ถ้าชอบเข้มๆ ให้เลือกหวานน้อยจะยิ่งดึงกลิ่นมัทฉะออกมาชัด อีกเมนูที่เห็นคนสั่งเยอะคือ Matcha Banoffee จุดเด่นคือความหอมของกล้วยกับครีมที่ทำให้มัทฉะนุ่มลง เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มกินมัทฉะ หรือคนที่อยากได้ของหวานแนวฟีลคาเฟ่ แต่ถ้าใครเป็นสายมัทฉะเข้มจัด อาจรู้สึกว่าความหวานของบานอฟฟี่นำกว่าเล็กน้อย ทริคของเราคือกินคู่กับเครื่องดื่มมัทฉะ/ชาไม่หวาน จะบาลานซ์แล้วไม่เลี่ยน เรื่องราคา แนะนำให้เผื่องบไว้ประมาณ “กลางๆ ถึงค่อนข้างสูง” ตามสไตล์ร้านมัทฉะพรีเมียม (ราคาแต่ละช่วงอาจต่างกันตามสาขาและโปร) ถ้าอยากคุ้ม ให้ไปเป็นคู่แล้วแชร์ 2 เมนู จะได้ลองทั้งสายหนึบ (Warabi Mochi) และสายเค้กหวานหอม (Matcha Banoffee) ในครั้งเดียว สุดท้าย ถ่ายรูปเมนูไว้ก่อนสั่งช่วยได้มาก โดยเฉพาะหน้าตา Warabi Mochi ที่สวยและมีเลเยอร์ กินเสร็จแล้วค่อยจด “ความหวาน/ความเข้ม” ที่เราชอบไว้ ครั้งหน้าจะสั่งได้ตรงใจขึ้นแบบไม่พลาดค่ะ