Automatically translated.View original post

Don't forget to check the tire.

1/9 Edited to

... Read moreหลายคนถามกันบ่อยว่า “ลมยางรถกระบะควรเท่าไหร่” จริงๆ ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคันนะคะ เพราะขึ้นกับรุ่นรถ ขนาดยาง การบรรทุก และการใช้งาน (วิ่งทางไกล/ในเมือง) แต่จุดเริ่มที่เชื่อถือที่สุดคือ “สติ๊กเกอร์ข้างประตูคนขับ” หรือคู่มือรถ ซึ่งจะบอกค่าแนะนำล้อหน้า-หลังไว้เลย บางคันที่ใช้งานทั่วไปจะเจอตัวเลขประมาณ 32 psi ตามป้ายที่จุดเติมลมก็มีค่ะ แต่แนะนำให้ยึดค่าจากรถเราเป็นหลัก ทำไมต้องเช็คลมยางบ่อยๆ? เพราะลมยางอ่อนทำให้กินน้ำมันมากขึ้น ยางสึกไม่สม่ำเสมอ พวงมาลัยหนัก และเสี่ยงยางร้อนเวลาวิ่งไกล ส่วนลมยางแข็งเกินไปจะกระด้าง เกาะถนนน้อยลง และยางสึกตรงกลางไว โดยเฉพาะรถกระบะที่บางวันบรรทุก บางวันไม่บรรทุก ค่าลมที่เหมาะอาจต่างกันได้ วิธีเช็คลมยางให้แม่น (ฉบับทำเอง/แวะศูนย์) 1) วัดตอน “ยางเย็น” ก่อนขับหรือจอดพักอย่างน้อย 2-3 ชม. (ถ้าเพิ่งวิ่งมา ค่าจะสูงกว่าจริง) 2) เช็คทั้ง 4 ล้อ และอย่าลืมยางอะไหล่ด้วย 3) เติมให้เท่ากันซ้าย-ขวาตามค่าที่แนะนำ (หน้า/หลังอาจไม่เท่ากัน) 4) ถ้าบรรทุกหนักเป็นประจำ ให้ปรับตามคำแนะนำในคู่มือรถ (บางรุ่นจะมีค่าแบบบรรทุกให้ด้วย) ส่วนคำถามเรื่อง “เช็คลมยาง B-Quik ราคา” จากที่แวะใช้บริการบ่อยๆ งานเช็ค-เติมลมมักทำได้รวดเร็วมาก และหลายสาขาให้บริการเติมลม/ตั้งค่าตามที่ลูกค้าขอได้เลย แต่เรื่อง “คิดเงินไหม” หรือ “เติมลมไนโตรเจนราคาเท่าไหร่” จะขึ้นกับโปรโมชันและแพ็กเกจของแต่ละช่วง/แต่ละสาขา (บางทีรวมกับบริการยางหรือเซอร์วิสอื่น) ทริคของเราคือ ก่อนเข้าไปให้ถามพนักงานตรงๆ ว่าเช็ค/เติมลมปกติกับเติมไนโตรเจนต่างกันยังไง ราคาเท่าไหร่ และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง จะได้ตัดสินใจง่ายค่ะ สุดท้าย ถ้าใครขับทางไกลบ่อย แนะนำตั้งเตือนเช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือก่อนเดินทางทุกครั้ง เรื่องเล็กๆ แบบนี้ช่วยทั้งความปลอดภัยและประหยัดค่าเปลี่ยนยางในระยะยาวจริงๆ