Automatically translated.View original post

If you can get up to work and talk to people, you're very good.

But if it feels like it's all tight, so tight that I don't want to think about it.

I thought you might be near the same place I was.

.

I didn't feel like my life was broken, I didn't feel bad, I didn't feel like I was failing.

I'm just more tired than I can handle, tired as my brain can think, but I don't want to.

Everything seems to have to be decided, but when it's really decided, the brain is quiet, doesn't want to go on.

.

From the outside, I still look normal, but inside, it's like a lot of things are hanging together.

Until not knowing where to start loosening first

What surprised me was that the more I tried to think about it, the more I got tired.

.

Read more

https://jumpy-frictionless-725024.framer.app

# Trending # Develop yourself

1/9 Edited to

... Read moreผมเคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนสมองหนักอึ้งจนแทบไม่อยากคิดอะไรต่อ แม้จะยังสามารถตื่นไปทำงานและคุยกับคนได้ แต่ข้างในกลับรู้สึกมีเรื่องราวค้างคาเต็มไปหมดจนไม่รู้จะเริ่มคลายจากตรงไหนก่อน สิ่งที่ผมเรียนรู้คือ การพยายามคิดให้ดี หรือพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองในเวลาที่เหนื่อยล้าทางจิตใจจะยิ่งทำให้รู้สึกหนักกว่าเดิม สิ่งสำคัญคือการให้เวลาตัวเองได้พักและยอมรับความรู้สึก ณ ตอนนั้น ไม่ต้องรีบตัดสินใจอะไรทันที ผมเริ่มแบ่งเวลาสั้นๆ ให้ตัวเองทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ เช่น เดินเล่น ฟังเพลงโปรด หรือเขียนบันทึกความรู้สึก การทำแบบนี้ช่วยให้ความคิดที่แน่นและวุ่นวายช้าลง และเปิดโอกาสให้สมองได้ประมวลผลเรื่องต่างๆ อย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจหรือมีประสบการณ์คล้ายกันช่วยให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และได้มุมมองใหม่ๆ ในการจัดการกับความรู้สึก เหมือนกับว่ามีเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจในสิ่งที่เราเผชิญ สุดท้าย ผมอยากบอกว่า ไม่ว่าคุณจะรู้สึกเหนื่อยล้าหนักแค่ไหน การที่ยังตื่นไปทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน และสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ แสดงว่าคุณเก่งมากแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับการพักผ่อนทั้งกายและใจ และเชื่อมั่นว่าคุณจะฟื้นคืนสภาพจิตใจได้ในเวลาที่เหมาะสม