Automatically translated.View original post

If you can go back in time, are you still going to Oskan?⌛️✨

Depending on the experience of each person

But our answer to this question is "definitely going."

For almost two years, Melbourne has experienced a lot.

Living, working, opening up the world, opening up new dimensions, self-confidence, teaching us to grow up, including having money to save.

Fortunately, we met all the good friends, Ennergy, so we helped promote each other's survival.

So if you can go back in time, you'll make the same decision.

Which Prae and I went to learn the language and continue with learning cerr.

If anyone is hesitating about whether it is going well, Prae can say that born in one life must try to live like that once.

And our world will be wider. Very rewarding!!!!

If anyone wants to go but doesn't know where to start, try to consult for free.

IG: iedunet _ thai _ min (Min)

He is very cute, very caring and very good counseling.

(For this agency, it may not be very named in Thailand because it is a very famous agency in Korea and Japan!!

It has recently opened a market in Thailand, but believe me that it really specializes in this area, takes good care, gives good advice, good service, does not escape, does not disappear, of course!!)

💵 Price: Consult for free. He will recommend a course / school that is suitable for our Butjet.

# iedunet # Prepare to go to Oz # Continue studying # Agency review # Australia

2025/8/21 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเล็ง “เรียนออสเตรเลีย ระยะสั้น” หรืออยากลอง “เรียนภาษาออสเตรเลีย 1 เดือน” แล้วลังเลว่าคุ้มไหม เราขอสรุปแบบที่เราใช้จริงตอนตัดสินใจไปเมลเบิร์นให้ค่ะ (เหมาะมากสำหรับคนอยากไปลองใช้ชีวิตต่างประเทศแบบไม่ยาวเกินไป) 1) 1 เดือนเหมาะกับใคร? - คนที่อยากลองใช้ชีวิตที่ออสก่อนตัดสินใจเรียนยาว/ย้ายไปนานๆ - คนที่อยากอัปภาษาแบบเร่งสปีด และได้คุยกับเพื่อนต่างชาติทุกวัน - คนที่อยาก “เปิดโลก” เรื่องการใช้ชีวิตคนเดียว การเดินทาง และความมั่นใจ (อันนี้ได้จริง) 2) ไปเรียนภาษา 1 เดือน ได้อะไรบ้าง (แบบจับต้องได้) - สกิลภาษา: สำเนียงและความกล้าในการพูดดีขึ้นมาก เพราะต้องใช้จริงทุกวัน - รูทีนชีวิต: เราได้ฝึกวางแผนเวลา ทำอาหารง่ายๆ ใช้ขนส่งสาธารณะ และจัดการเงิน - มุมมองใหม่: อยู่ต่างประเทศทำให้เรารู้จักตัวเองขึ้นเยอะ ทั้งความชอบและขีดจำกัด - คอนเนคชัน: โรงเรียนภาษามักมีเพื่อนหลายประเทศ ได้เพื่อนดีๆ คือแรงซัพพอร์ตสำคัญมาก 3) ค่าใช้จ่ายที่ควรคิด (เพื่อคุมงบไม่พัง) - ค่าเรียนภาษา + ค่าลงทะเบียนของโรงเรียน - ค่าที่พัก (โฮมสเตย์/แชร์เฮ้าส์/หอ) — 1 เดือนต่างกันมากตามทำเล - ค่าเดินทาง + ซิม + ของใช้จำเป็น - เงินเผื่อทริปสั้นๆ วันหยุด (ส่วนนี้ทำให้ประสบการณ์สนุกขึ้นมาก) ทริคของเรา: ตั้งงบเป็นก้อน แล้วแบ่งเป็น “ค่าอยู่” กับ “ค่าเที่ยว” แยกกัน จะคุมง่ายขึ้นค่ะ 4) เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนบิน (ฉบับไปสั้นๆ) - เลือกเมือง/โรงเรียนให้ตรงเป้าหมาย: เน้นพูด/เน้นแกรมมาร์/เน้นสอบ - เช็ควีซ่าที่เหมาะกับคอร์ส และเงื่อนไขการเรียน/ทำงาน (ถ้ามี) - จองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน - เตรียมเอกสารพื้นฐาน: พาสปอร์ต ประกันเดินทาง/สุขภาพ เอกสารตอบรับจากโรงเรียน - วางแผนการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และโหลดแอปแผนที่/ขนส่งของเมืองนั้น 5) เลือกเอเจ้น/ที่ปรึกษายังไงให้สบายใจ ถ้าไม่มั่นใจเรื่องโรงเรียนหรือเอกสาร การมีคนให้คำแนะนำช่วยลดความเครียดได้เยอะค่ะ แต่แนะนำให้เช็ครีวิวหลายแหล่ง ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร และถามให้ชัดว่าแพ็กเกจรวมอะไรบ้าง ส่วนตัวเรารู้สึกว่าการไปออสแบบระยะสั้น “คุ้ม” ในแง่ประสบการณ์และการโตขึ้นมากๆ โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายคือไปลองใช้ชีวิตจริงก่อนตัดสินใจระยะยาวค่ะ