ประวัติและความสำคัญของวัดป่าเกด
ที่มาของชื่อ: เดิมชื่อ "วัดถนนเกด" เนื่องจากตาเกดเป็นผู้ขุดถนนเข้าวัดคนแรก และบริเวณนั้นมีต้นเกดขึ้นอยู่มาก ต่อมาจึงเรียกกันว่า "วัดป่าเกด"
การก่อสร้าง: สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ราว พ.ศ. 2360 ในช่วงที่ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ
ยุครุ่งเรือง: ในสมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จ พระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุฯ ได้เป็นประธานร่วมกับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (วังหน้าในรัชกาลที่ 2) สร้างพระอุโบสถขึ้น
สถาปัตยกรรม: พระอุโบสถมีลักษณะงดงามแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น หน้าบันแกะสลักรูปครุฑ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์: ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน "หลวงพ่อใหญ่" พระประธานปางมารวิชัยศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3
การขึ้นทะเบียน: กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพระอุโบสถและพระเจดีย์ของวัดเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2510
การเยี่ยมชมวัดป่าเกดให้ความรู้สึกสงบและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์โบราณที่น่าทึ่ง จากประสบการณ์ของผมเองที่ได้มีโอกาสไปเยือนวัดนี้เมื่อไม่นานมานี้ วัดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ ซึ่งช่วยให้การเดินชมทำได้อย่างผ่อนคลายและลึกซึ้ง สิ่งที่สะดุดตาคือสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถที่ยังคงความงดงามสไตล์รัตนโกสินทร์ตอนต้น หน้าบันที่สลักครุฑอย่างประณีตนั้นแสดงให้เห็นถึงงานฝีมือและความพิถีพิถันของช่างในยุคนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าวัดนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระดับชาติ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในแถบนี้ หลวงพ่อใหญ่ที่ประดิษฐานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีศิลปะงดงามจากสมัยรัชกาลที่ 3 การได้เดินทางเข้ามาสักการะทำให้รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจและความศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อวัดแห่งนี้ การขึ้นทะเบียนพระอุโบสถและพระเจดีย์โดยกรมศิลปากรในปี 2510 ยังการันตีความสำคัญและความจำเป็นในการอนุรักษ์วัดนี้ไว้ให้กับอนาคต การเดินชมวัดจึงไม่ใช่แค่การชมสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสถึงประวัติศาสตร์และความศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย วัดป่าเกดถือเป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนและเรียนรู้ เพราะที่นี่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ และเติมเต็มความรู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตของชาติอย่างลึกซึ้ง
