Proverb
Proverb# Top teacher # Ancient praying top of the porch # Dharma Master Smolom # Isan # Dharma reminder# Thursday special
ช่วงหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยๆ ฉันมักกลับไปอ่าน “ผญาเตือนสติ” หรือผญาภาษิตอีสาน เพราะเป็นคำสั้นๆ แต่แทงใจและเตือนให้ตั้งหลักได้ไว หลายประโยคเราได้ยินบ่อย แต่พอเข้าใจความหมายลึกๆ แล้วจะรู้ว่าเอามาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้จริง โดยเฉพาะเวลางานกอง เรื่องเงินตึง หรือกำลังท้อกับเป้าหมาย ความหมาย “หนักไม่เอาเบาไม่สู้” หมายถึง คนที่เจองานหนักก็ไม่เอา เจองานเบาก็ไม่สู้ ไม่ยอมลงมือทำอะไรจริงจัง สุดท้ายเลยไม่ก้าวหน้า เป็นคำเตือนให้เราสำรวจตัวเองว่า เรากำลังเลือกงานเฉพาะที่สบายเกินไปไหม หรือกำลังหาข้ออ้างเลี่ยงความรับผิดชอบอยู่หรือเปล่า วิธีที่ฉันใช้คือแบ่งงานเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน เช่น ถ้างานใหญ่ทำไม่ไหว ก็เริ่มจาก “งานเบาที่ทำได้ทันที” เพื่อสร้างโมเมนตัม พอเริ่มไหลลื่นแล้วค่อยขยับไปงานหนัก แทนที่จะไม่เอาอะไรเลย อีกประโยคที่โดนมากคือ “รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา” หลายคนสงสัยว่าแปลว่าอะไร ถ้าอธิบายง่ายๆ คือ ถ้าเราคบคนดี รักความดี เลือกสังคมดีๆ เขาจะช่วยพยุง ช่วยต่อยอด เหมือนช่วยกัน “หามจั่ว” คือส่วนบนของบ้านที่ยกขึ้นแล้วทำให้เป็นรูปเป็นร่างได้เร็ว แต่ถ้าเราคบคนชั่ว หรือเผลอเลือกทางที่ผิด มักต้องแบกรับภาระหนักกว่า เหมือน “หามเสา” ที่หนัก อึดอัด และยังพาให้บ้านทั้งหลังเอนล้มได้ง่าย ในชีวิตจริงฉันมองว่าไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อน แต่รวมถึงคอนเทนต์ที่เสพ ทีมที่ทำงานด้วย และนิสัยที่เราปล่อยให้ติดตัวด้วย ถ้ากำลัง “สู้ชีวิต” ลองใช้ผญาเตือนสติเป็นเช็กลิสต์สั้นๆ แบบนี้: 1) วันนี้ฉันกำลังหนีงานหนักอยู่ไหม 2) ฉันเริ่มจากงานเบาที่พาไปถึงเป้าหมายได้หรือยัง 3) ฉันอยู่ในวงล้อมที่พาไปทางดีหรือทางพัง 4) ถ้าต้องเลือกหนึ่งอย่างตอนนี้ เลือก “ลงมือทำ” ก่อน แล้วค่อยปรับให้ดีขึ้นทีหลัง สำหรับฉัน ผญาภาษิตไม่ได้มีไว้ท่องให้เพราะ แต่มีไว้เตือนให้กลับมาทำสิ่งที่ควรทำในวันที่ใจว่อกแว่ก และพอทำได้ต่อเนื่อง มันกลายเป็นแรงใจแบบเงียบๆ ที่ช่วยพาเราผ่านช่วงยากไปได้จริงๆ
