เข้าไทยสักที!! สกินทินท์ที่ถูกต้องให้งานผิวสวยติดทนไปอีก!! #skintintskintific #skintintผิวหายใจได้ #SkintificTH #ทินต์ผิวหายใจได้ #รีวิวของใช้ดีบอกต่อ
พอเห็นว่า Skintific (หลายคนชอบพิมพ์ผิดเป็น skin traffic) เข้าไทยสักที เราก็รีบลองเลย เพราะอยากได้ “สกินทินท์” ที่ให้ลุคผิวสวยแบบไม่ได้แต่งเยอะ แต่ยังดูเนียนและอยู่ทนระหว่างวัน สิ่งที่รู้สึกชัดหลังใช้ Skintific Skin Tint คือฟินิชจะออกงานผิวธรรมชาติ ไม่ได้หนาแบบรองพื้น แต่ให้ความเรียบเนียนมากกว่าทินท์ทั่วไป เหมาะกับวันรีบๆ หรือวันอยากแต่งหน้าเบาๆ ให้ผิวดูสุขภาพดี ถ้าผิวมีรอยแดง/รอยสิวเล็กน้อย เราว่าทาแค่รอบเดียวก็ช่วยเบลอได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าวันไหนต้องการปกปิดมากขึ้น แนะนำให้ “แตะเพิ่มเฉพาะจุด” แทนการโบกทั้งหน้า จะยังคุมความบางเบาได้ดี ทริคให้ติดทนและไม่เป็นคราบ (จากที่ลองเอง): - เตรียมผิวให้พอดี: ถ้าลงสกินแคร์ฉ่ำมากเกินไป ตัวทินท์อาจไถล/เป็นคราบได้ รอให้ซึมก่อน 5–10 นาที - ลงทีละน้อย: บีบแค่นิดเดียวแล้วเกลี่ยจากกลางหน้าออกข้าง จะได้ผิวเนียนและไม่หนา - เครื่องมือ: ใช้นิ้วจะได้งานผิวแนบผิวสุดๆ ส่วนฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาดจะช่วยให้ดูนัวและลดคราบบริเวณแก้ม/ข้างจมูก - เซ็ตจุดที่มัน: ถ้าเป็นคนผิวผสม-มัน ให้เซ็ตแป้งฝุ่นบางๆ แค่โซนที (หน้าผาก จมูก คาง) จะช่วยเรื่องความติดทน การเลือกเฉดที่คนถามบ่อย (01N/02N/04N): - 01N: เหมาะกับผิวขาว-ขาวเหลืองที่อยากได้ลุคสว่างใส แต่ไม่วอก (โทน N จะค่อนข้างบาลานซ์) - 02N: โทนกลางๆ ใช้ง่ายสุด เราว่าเหมาะกับคนไทยหลายโทนผิว ทาแล้วดูเป็นผิวจริง - 04N: เหมาะกับผิวสองสี/โทนเข้มขึ้น หรือคนที่ไม่อยากให้หน้าลอยจากคอ ถ้าเลือกไม่ชัวร์ แนะนำเทียบที่แนวกรามและดูในแสงธรรมชาติ จะเห็นชัดสุดว่าเฉดกลืนกับคอไหม โดยรวมเราว่า Skintific Skin Tint เหมาะกับคนที่อยากได้งานผิว “ผิวหายใจได้” แต่ยังดูเป๊ะและติดทนแบบใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม