สอบ TCAS ควรได้คะแนนเท่าไหร่ ถึงสูงกว่าคนส่วนใหญ่ !?

เด็ก ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่าา !? ในสนามสอบ TCAS

เราควรได้คะแนนประมาณเท่าไหร่ ถึงจะเซฟ

และมีลุ้นแข่งขันกับคนอื่นได้แบบไม่เครียดเกินไป

.

โพสต์นี้พี่เลยรวม ‘เป้าคะแนน’ ฉบับแนะนำเบื้องต้น

เพื่อให้น้อง ๆ เอาไปใช้วางแผนการอ่านได้ง่ายขึ้น !

** ปล. อันนี้เป็นเพียงแค่คะแนนแนะนำที่พี่วิเคราะห์

จากคะแนนฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง และคะแนนที่

คนส่วนใหญ่ทำได้เท่านั้นน้าา ไม่อยากให้น้อง

ยึดเป็นหลักว่าเราต้องได้คะแนนนี้

สุดท้ายแล้ว การตั้งเป้าคะแนนก็เป็นหนึ่งในตัวช่วย

แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ความตั้งใจ + วินัยในการอ่าน 💙

พี่เชื่อว่าน้องทำได้แน่นอน ขอแค่ไม่ยอมแพ้ ^__^

.

ส่วนใครอยากให้พี่มาทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ

สนามสอบ TCAS อีก ฝากกดติดตามช่องทางนี้

ไว้ด้วยน้าา มีเตรียมไว้ให้อีกเพียบ !!

หรือใครอยากได้สรุปเนื้อหาวิชาไหน

Comment มาบอกได้น้าา

.

#ติดเทรนด์ #สอบเข้ามหาวิทยาลัย #SmartMathPro

2025/8/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “สอบ TCAS ควรได้เท่าไหร่ถึงจะเซฟ” เราว่าคำตอบที่ใช้ได้จริงคือให้ดู 3 อย่างคู่กัน: (1) ตารางเป้าคะแนน/คะแนนเฉลี่ย (2) น้ำหนักคะแนนของคณะในรอบที่จะยื่น และ (3) แนวโน้มคะแนนสูง-ต่ำของปีก่อน ๆ แล้วค่อยตั้ง “เป้าขั้นต่ำ” กับ “เป้าดันคะแนน” ค่ะ 1) อ่านตารางคะแนนให้ถูก (TGAT/TPAT/A-Level) เวลาเจอตารางเป้าคะแนน TCAS ที่สรุป TGAT, TPAT และ A-Level ให้โฟกัสว่าเป็น “คะแนนแนะนำ” เพื่อให้สูงกว่าคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่คะแนนติดชัวร์ของทุกคณะ เพราะแต่ละมหาลัย/สาขาใช้สัดส่วนไม่เท่ากัน บางที่ให้ A-Level หนักมาก บางที่เน้น TPAT หรือ TGAT มากกว่า 2) วิธีคำนวณคะแนน TCAS แบบง่าย ๆ ก่อนยื่น เราชอบทำเป็นชีตสั้น ๆ ตามสูตรนี้: คะแนนรวม = (คะแนนวิชา x น้ำหนักวิชา) รวมทุกวิชา เช่น รอบ 3 ใช้คะแนนอะไรบ้าง ให้เปิดประกาศคณะ แล้วใส่น้ำหนัก TGAT/TPAT/A-Level ให้ครบ จากนั้นค่อย “เทียบคะแนน” ของตัวเองกับเป้าคะแนนในตาราง จะเห็นทันทีว่าวิชาไหนเป็นตัวดึงขึ้น/ตัวฉุดลง 3) ตั้งเป้า 2 ระดับ ลดความเครียด - เป้าขั้นต่ำ: คะแนนรวมที่ใกล้เคียง “คะแนนคาดการณ์ต่ำสุด” หรือขั้นต่ำที่เรารับได้ - เป้าดันคะแนน: เผื่อความผันผวน (ปีที่คะแนนขึ้น) แนะนำบวกเพิ่มอีกประมาณ 3–8% แล้วแต่ความฮอตของคณะ วิธีนี้ช่วยมากเวลาตามข่าว “คะแนนคาดการณ์ ทปอ” หรือแนวโน้มปี 68/69 เพราะแม้คาดการณ์จะเปลี่ยน เราก็ยังมี buffer ค่ะ 4) เช็กโอกาสจากคะแนนสูง-ต่ำ (เช่น รอบ 2/3) ถ้าจะดูแนว “คะแนนสูง-ต่ำ” ให้ดูอย่างน้อย 2–3 ปีย้อนหลัง แล้วดูจำนวนรับด้วย (รับน้อย คะแนนแกว่งง่าย) ถ้าคะแนนเราสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีที่แล้วเล็กน้อย แต่จำนวนรับลดลง ก็อย่าชะล่าใจ ให้ขยับเป้าดันคะแนนขึ้นอีกนิด 5) วางแผนอ่านจากจุดคุ้มที่สุด ทริคส่วนตัวคือเลือกดันวิชาที่ (1) น้ำหนักสูง (2) มีโอกาสเพิ่มคะแนนได้เร็ว เช่น ถ้า A-Level คิดเยอะ ให้ทุ่มวิชาที่ถนัดเพื่อดันให้พุ่ง แล้วค่อยเก็บวิชาที่เป็นคะแนนประคอง สุดท้าย ต่อให้มีตาราง TCAS หรือจัดอันดับคะแนน TCAS ช่วยแค่ไหน สิ่งที่ทำให้ “สูงกว่าคนส่วนใหญ่” จริง ๆ คือการทำโจทย์สม่ำเสมอและวัดผลทุกสัปดาห์ค่ะ ลองอัปเดตคะแนนลงตารางคำนวณของตัวเองเรื่อย ๆ จะเห็นพัฒนาการชัดมากก่อนถึงวันยื่นคะแนน TCAS

ค้นหา ·
คะแนน tcas ควรมีเท่าไหร่