Automatically translated.View original post

Checklist 8 Chapters A-Level Math 1,2 Double Read Save Time ⏰

Many younger people who are preparing for the exam

# ALevelMath 1,2 probably doesn't know yet...

There are actually some chapters that can be read in tandem!

Today I included eight chapters that I read together.

In addition to saving time when reading

Also allows us to be more accurate with 💪🏻

.

✅ set

✅. Logical.

✅ Function

✅ exponent.

✅ Preliminary counting principle

✅ probability.

✅ Sequence and series

✅ Statistics

.

Who is preparing for this field exam?

Try the plan to keep this chapter together.

Who collects all of this? The score definitely goes up > <

.

Finally, if anyone wants you to summarize anything else,

Comment Come here. There will be more coming down.

Click to follow and wait.

.

# Math # Math # University entrance exam # SmartMathPro

2025/9/22 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังไล่เก็บ A-Level แล้วงงว่า “คณิต 1 ออกอะไรบ้าง” หรือไม่แน่ใจว่า “คณิต 1 กับคณิต 2 ต่างกันอย่างไร” เราใช้วิธีทำ checklist แบบแบ่งเป็น “บทที่โยงกัน” เพื่ออ่านครั้งเดียวได้สองวิชา ช่วยเซฟเวลาจริง โดยเฉพาะ 8 บทที่อ่านคู่กันได้: เซต, ตรรกศาสตร์, ฟังก์ชัน, เลขยกกำลัง, หลักการนับเบื้องต้น, ความน่าจะเป็น, ลำดับและอนุกรม, สถิติ วิธีที่เราใช้คือทำตาราง 2 คอลัมน์ (คณิต 1 / คณิต 2) แล้วติ๊กหัวข้อย่อยใต้แต่ละบท เช่น ฟังก์ชันไม่ได้อ่านแค่ “นิยาม/โดเมนเรนจ์” แต่ต้องติ๊กเพิ่มเรื่องกราฟ การแปลงกราฟ และการแก้สมการ-อสมการที่พ่วงมากับฟังก์ชันด้วย พออ่านจบหนึ่งรอบให้ทำโจทย์สั้น ๆ 10–15 ข้อเพื่อเช็คว่า “ยังติดตรงไหน” แล้วค่อยกลับไปอุดจุดรั่ว ภาพรวมความต่างที่เจอบ่อย: คณิต 1 จะเน้นความเป็นพีชคณิต การวิเคราะห์ และทักษะจัดการนิพจน์/สมการให้คล่อง (เช่น ฟังก์ชัน เลขยกกำลัง ลำดับอนุกรม) ส่วนคณิต 2 มักเกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นมากขึ้นในเชิงตีความข้อมูล/โจทย์สถานการณ์ ดังนั้นเวลาจะอ่านคู่กัน ให้เริ่มจาก “นิยามและสูตร” ก่อน แล้วต่อด้วย “การประยุกต์โจทย์เรื่องราว” เพื่อให้สลับโหมดสมองได้ ไม่เบื่อ ทริคจัดแผนอ่าน 7 วัน (ปรับได้ตามเวลา): - วัน 1: เซต + ตรรกศาสตร์ (เน้นสัญลักษณ์ เงื่อนไข จำพวก และ/หรือ/นิเสธ) - วัน 2: ฟังก์ชัน (กราฟ-การแปลง) + เลขยกกำลัง (กฎเลขยกกำลัง/ลอการิทึมถ้ามีในชุดอ่าน) - วัน 3: หลักการนับเบื้องต้น (จัดหมวด กฎการบวก-คูณ เรียงสับเปลี่ยน/จัดหมู่) ต่อด้วยความน่าจะเป็นพื้นฐาน - วัน 4: ความน่าจะเป็นโจทย์ยาว (เงื่อนไข/เหตุการณ์) + สถิติพื้นฐาน (ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม) - วัน 5: ลำดับและอนุกรม (สูตร/สังเกตแพทเทิร์น) + ทำโจทย์ผสม - วัน 6: เก็บสถิติเชิงตีความ (กราฟ ตาราง การกระจาย) + โจทย์จับเวลา - วัน 7: ทำมินิสอบรวม 1 ชุด แล้วสรุป “ข้อที่พลาด” เป็นเช็กลิสต์รอบสุดท้าย สุดท้ายเวลาเปิดข้อสอบจริง เราว่า 2 อย่างที่ทำให้คะแนนขึ้นไวคือ (1) ทำ checklist ว่าบทไหน “ทำได้/ทำได้บ้าง/ยังไม่ไหว” และ (2) ซ้อมโจทย์แบบจับเวลาในบทหลักทั้ง 8 บทนี้ พอรอบสุดท้ายจะรู้เลยว่าควรทุ่มเวลาให้บทไหนก่อนสอบ