Automatically translated.View original post

TGAT TPAT is different. All in all!

You may be confused

What is TGAT TPAT? What's the difference?

.

Today I summarized these two fields.

Such as exam content, application fees, and so on.

.

Who's going to test these fields? Save the footage.

When applying for the exam, will not miss each other

.

# TGAT # TPAT # Dek69 # Dek70 # SmartMathPro

2025/9/25 Edited to

... Read moreถ้าเพิ่งเริ่มอ่านระบบสอบเข้ามหาลัยฯ แล้วเจอคำว่า “TGAT/TPAT” บ่อยมาก ๆ เราเคยงงเหมือนกันว่ามันต่างกันยังไง และควรเริ่มจากตรงไหน เลยสรุปแบบที่เราใช้ทำความเข้าใจตอนเตรียมสมัครสอบไว้ให้ (เน้นอ่านง่าย ไม่หลุดประเด็น) 1) TGAT คืออะไร (ความถนัดทั่วไป) TGAT = ข้อสอบที่วัด “ความถนัดทั่วไป” ใช้กับหลายคณะ/หลายมหาลัยฯ โดยปกติ TGAT จะมี 3 พาร์ต (หลายคนเรียก TGAT1, TGAT2, TGAT3) รวมคะแนนเต็ม 300 คะแนน และใช้เวลาสอบรวมประมาณ 3 ชั่วโมง (บางปี/บางรอบอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน ให้เช็กประกาศล่าสุดตอนสมัคร) - TGAT1 2 3 คืออะไร? ให้มองว่าเป็นการแยกพาร์ต เพื่อวัดคนละทักษะ เช่น การคิด วิเคราะห์ การสื่อสาร/ภาษา หรือการทำงานกับข้อมูล (ชื่อทางการอาจเปลี่ยนได้ตามปี) เวลาหาข้อมูลให้ดู “พาร์ตที่คณะที่เราเล็งใช้” จะช่วยโฟกัสอ่านได้ไวขึ้น - TGAT มีอะไรบ้าง? โดยภาพรวมจะเป็นข้อสอบแนวทักษะ ไม่ใช่ท่องเนื้อหาอย่างเดียว เช่น อ่านแล้วจับใจความ วิเคราะห์โจทย์ ตรรกะ สถานการณ์ ฯลฯ แนะนำให้ฝึกทำโจทย์จับเวลา เพราะเวลาสอบค่อนข้างยาวและต้องบริหารสมาธิ 2) TPAT คืออะไร (ความถนัดวิชาชีพ) TPAT = ข้อสอบ “ความถนัดทางวิชาชีพ” จะผูกกับสายคณะมากขึ้น (เช่น สายแพทย์ สายครู สายวิศวะ ฯลฯ แล้วแต่ปี/เกณฑ์) จุดนี้ทำให้หลายคนสับสน เพราะ TPAT ไม่ได้มีวิชาเดียว แต่แยกเป็นหลายวิชา/หลายชุดข้อสอบ - TPAT มีอะไรบ้าง? โดยทั่วไป TPAT มีหลายวิชา (ในข้อมูลที่หลายคนเจอจะพูดถึง 5 วิชา) แต่ละวิชาคะแนนเต็ม 100 คะแนน และใช้เวลาสอบ “วิชาละ” ประมาณ 3 ชั่วโมง รูปแบบส่วนใหญ่มักเป็นกระดาษ (แต่ก็ขึ้นอยู่กับประกาศปีนั้น ๆ) - TPAT 3 คืออะไร? คำว่า “TPAT 3” มักหมายถึง TPAT ลำดับที่ 3 ในชุดข้อสอบความถนัดวิชาชีพ (เช็กชื่อเต็มและคณะที่ใช้คะแนน TPAT3 อีกทีตอนเลือกสมัคร) แนะนำให้ดูจากเกณฑ์รับเข้าของคณะเป้าหมายว่าใช้ TPAT หมายเลขไหน และคิดสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ 3) TGAT vs TPAT ต่างกันอย่างไร (สรุปจำง่าย) - TGAT = วัดความถนัดทั่วไป ใช้กว้างหลายคณะ (รวม 3 พาร์ต/300 คะแนน) - TPAT = วัดความถนัดวิชาชีพ เฉพาะทางมากขึ้น แยกเป็นหลายวิชา (วิชาละ 100 คะแนน) 4) เรื่องเวลาสอบ/รูปแบบสอบ/ค่าสมัคร ที่คนชอบพลาด - เวลา: TGAT มักเป็นการสอบยาวครั้งเดียวตามรอบที่กำหนด ส่วน TPAT ต้องดูว่าเราสมัครกี่วิชา เพราะแต่ละวิชาใช้เวลาสอบแยกกัน - รูปแบบสอบ: TGAT บางรอบอาจมีแบบกระดาษ/คอมพิวเตอร์ แต่ TPAT ส่วนใหญ่เป็นกระดาษ (อย่าลืมเช็กศูนย์สอบและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม) - ค่าสมัคร: TGAT กับ TPAT “ค่าสมัครต่างกัน” และ TPAT ยังต่างตามวิชาที่สมัครด้วย เราแนะนำให้ลิสต์คณะที่จะยื่นก่อน แล้วค่อยเลือกสมัครเฉพาะวิชาที่จำเป็น จะคุมงบและไม่สมัครเกิน 5) วิธีเลือกว่าควรอ่านอะไร ก่อนสมัครสอบ - เริ่มจาก “คณะเป้าหมาย” → ดูเกณฑ์รับเข้าว่าใช้ TGAT พาร์ตไหน และใช้ TPAT หมายเลขไหน - ทำตารางสั้น ๆ: วิชาที่ต้องสอบ / คะแนนเต็ม / วันสอบ / ค่าสมัคร - เผื่อเวลาซ้อม: TGAT เน้นฝึกโจทย์และจับเวลา ส่วน TPAT เน้นตามทักษะเฉพาะทางของสายที่เลือก หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้แยกภาพ TGAT/TPAT ได้ชัดขึ้น และลดความพลาดตอนสมัครสอบนะคะ ถ้ารู้คณะที่เล็งอยู่ ลองไล่เช็กเกณฑ์แล้ววงไว้เลยว่าเราต้องสอบ TGAT1-3 ตัวไหน และต้องสมัคร TPAT อะไรบ้าง จะง่ายขึ้นมาก ๆ