⏰ How to split the time to take the TGAT exam in time?!
It's getting closer to the exam.# TGAT
Many younger people probably don't know yet.
How to plan the exam in time?
.
Don't worry! Today you have a plan to split your time.
All-par TGAT to finish in time.
Introduction from the elder tutors directly. Come to deposit.
Finished reading and try to plan in the exam room. > <
.
P.S. This content is just a suggestion.
You can adapt it to your own way.
.
Anyone who likes content, give away good techniques.
Like this.# FollowCan hold this channel
There will be more giveaways ~
.
หลายคนทักมาถามเรื่อง “พี่หนู SmartMathPro” ว่าทำไมถึงเน้นการ “แบ่งเวลา” มาก ๆ สำหรับ TGAT—จากประสบการณ์ที่ลองทำตามแพลนแล้วรู้สึกว่า ข้อสอบไม่ได้ยากอย่างเดียว แต่พลาดกันเพราะเวลาหมด/ติดข้อเดิมนานเกินไปนี่แหละ เลยอยากแชร์ทริกเสริมให้เอาไปใช้คู่กับตารางเวลาในโพสต์นี้ 1) ตั้งกติกา “ติดแล้วข้าม” ให้ชัดก่อนเข้าห้องสอบ สิ่งที่ช่วยที่สุดคือกำหนดไว้เลยว่า ถ้าข้อไหนใช้เกินเวลาที่ตั้งไว้ (เช่น 45–60 วินาทีแล้วยังไม่ไปต่อ) ให้ “วงไว้แล้วข้าม” ทันที โดยเฉพาะพาร์ตที่มีหลายข้อย่อยอย่าง TGAT2 ถ้าติดตั้งแต่ต้นจะเสียเวลาเป็นโดมิโน แล้วกลับมาเก็บทีหลังตอนเหลือเวลา จะทำให้ใจนิ่งกว่า 2) ใช้เวลาให้ตรงกับธรรมชาติของแต่ละพาร์ต - TGAT1 (60 ข้อ 50 นาที): พาร์ตพูดกับพาร์ตอ่านคนละสไตล์ ถ้าอ่านช้าควรซ้อม “จับคีย์เวิร์ด” และฝึกตัดช้อยส์เร็ว ๆ ส่วนพาร์ตพูดให้ระวังอ่านโจทย์เผลอเร็วเกินจนพลาดคำสั่ง - TGAT2 (80 ข้อ 85 นาที): ความสามารถทางภาษาโดยมากเก็บคะแนนไว แต่พอเป็นตัวเลข/รูป หรือสรุปความ-วิเคราะห์ความ ถ้ารู้ว่าตัวเองช้าควรกันเวลาสำรองไว้เสมอ อย่าทุ่มหมดตั้งแต่พาร์ตแรก - TGAT3 (60 ข้อ 45 นาที): ข้อแนวอารมณ์และพลเมืองเหมือนอ่านสถานการณ์ ถ้าเริ่มลังเลให้ยึด “หลักเหตุผล + ประโยชน์ส่วนรวม” แล้วไปต่อ ข้อสร้างคุณค่า/แก้ปัญหามักใช้เวลาคิดมากกว่า ควรเก็บข้อที่มั่นใจก่อนเพื่อเซฟคะแนน 3) เทคนิค “เช็กอินเวลา” ทุก 10–15 นาที แนะนำให้มองนาฬิกาเป็นช่วง ๆ เช่นทุก 10 หรือ 15 นาที แล้วถามตัวเองว่า “ตอนนี้ควรทำถึงข้อไหนแล้ว” ถ้าเริ่มช้า ให้ปรับทันทีด้วยการเร่งในข้อที่ง่าย หรือข้ามข้อยากไปก่อน วิธีนี้ช่วยไม่ให้หลุดไทม์ไลน์จนท้าย ๆ ต้องเดา 4) ทำรอบ 2 ให้มีความหมาย (ไม่ใช่กลับไปวนมั่ว) ตอนกลับไปทำข้อที่วงไว้ ให้เลือกทำจาก “ข้อที่ใกล้ถูก” ก่อน เช่นอ่านแล้วพอมีทางไปต่อ หรือเหลือแค่คำนวณนิดเดียว ส่วนข้อที่อ่านแล้วยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ให้ปล่อยไว้ท้ายสุด จะคุมเวลาได้ดีกว่า 5) ซ้อมด้วย “เวลาจริง + ความกดดันจริง” ลองจับเวลาทำข้อสอบชุดฝึกให้เหมือนวันจริง: ไม่หยุดพัก ไม่กดโทรศัพท์ วางดินสอ/ปากกาเหมือนสอบ พอทำเสร็จให้จดว่าเสียเวลาในพาร์ตไหนบ่อย แล้วค่อยปรับแพลนแบ่งเวลาตามสไตล์ตัวเอง แบบนี้จะเข้ากับตารางแนะนำของพี่หนู SmartMathPro ได้พอดี สุดท้ายอยากบอกว่า ตารางแบ่งเวลาเป็น “แผนที่” แต่คนขับคือเรา ลองซ้อม 2–3 รอบแล้วปรับให้เข้ามือ รับรองว่าในห้องสอบจะไม่ตื่นและมีเวลาเก็บคะแนนครบทุกพาร์ตมากขึ้น



