ครั้งหนึ่ง … พี่ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

จากเด็กติดเกม จนสอบติด บัญชี มธ. ด้วยความคิดที่ว่า

“ในวันที่เราทำสำเร็จ ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่ดีใจ”

.

ประโยคนี้เป็นเหมือน “จุดตัดสินใจ”

ที่ทำให้พี่ยอมเปลี่ยนตัวเองและตั้งเป้าว่าต้องสอบติดให้ได้

.

—---------------------------------------------------

.

หลายคนคิดว่าพี่จะต้องเป็นคนเรียนเก่งมาก

เนิร์ดมาก สมัยเรียนต้องอ่านหนังสือเอาเป็นเอาตาย

ถึงมาเป็นติวเตอร์สอนน้อง ๆ แบบนี้ได้

.

แต่ความจริงแล้วพี่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

ตั้งใจเรียนบ้าง ติดเล่นบ้าง ติดเกมบ้าง

เรียกได้ว่าไม่ได้ทิ้งการเรียนซะทีเดียว

แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

.

ซึ่งเอาจริง ๆ ชีวิตสมัยมัธยมพี่เป็นคนที่ค่อนข้างติดเกมมาก

คือเล่นจริงจังมาก ถือคติเล่นทั้งทีต้องเล่นให้เก่ง

ต้องเทพ ของต้องอัปเต็ม ติดมากขนาดที่ต้องเล่นทุกวันหลังเลิกเรียน

วันหยุดก็เล่นยันเช้ามืดเลยด้วย

.

เพิ่งจะมาเริ่มเอาจริงกับชีวิตก็ตอนสอบเข้ามหาลัยฯ

บวกกับช่วงนั้นที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงิน โดนฟ้องล้มละลาย

เป็นหนี้หลักสิบล้านบาท เลยกลายเป็น “จุดตัดสินใจ”

ที่ทำให้พี่เริ่มตั้งเป้าหมายว่า ต้องสอบติดให้ได้ แล้วมาแบ่งเบาภาระที่บ้าน

.

ช่วงนั้น มีอยู่วันหนึ่งพี่กำลังนั่งรถไป รร. กับแม่

อยู่ ๆ แม่พี่ก็ถามขึ้นมาว่า “อ่านหนังสือเหนื่อยมั้ย พักบ้างก็ได้น้า”

เอาจริง ๆ ยังไม่ทันได้ตอบพี่ก็น้ำตาคลอแล้ว

ตอนนั้นมันเหนื่อยจริง เพราะพี่จะตื่นมาอ่านหนังสือ

ตอนเช้ามืดก่อนไป รร. เกือบทุกวัน

.

ซึ่งพี่ก็ตอบไปว่า “ไม่ตาย ๆ แค่ตั้งใจ

ปั้นรู้ว่าม๊าลำบากมาก ๆ อยากสอบติดให้ได้

เพราะถ้าไม่ติด ไปเรียนเอกชนค่าเทอมก็แพง

ม๊าคงลำบากกว่าเดิม เลยอยากทำให้ดีที่สุด”

.

แม่พี่ก็ตอบกลับมาว่า “ม๊าไม่อยากให้ปั้นเครียด

สุดท้าย ถ้าไม่ติดยังไงม๊าก็ต้องหาวิธีให้ลูกได้เรียนอยู่แล้ว

ไม่ต้องกังวลนะ มันเป็นหน้าที่ของม๊าอยู่แล้ว”

.

พี่ทำได้แค่ตอบไปว่า “ครับ” แล้วก็ร้องไห้เงียบ ๆ

อยู่ที่เบาะหลัง เพราะไม่อยากให้แม่รู้

.

ซึ่งจริง ๆ พี่ก็รู้ว่า ณ เวลานั้น แม่พี่ลำบากแค่ไหน

ที่ต้องเลี้ยงลูก 3 คน + ใช้หนี้ไปด้วย ด้วยเงินเดือนตัวเอง

รายจ่ายมันเยอะมากจนเงินเก็บแทบไม่มีเหลือ

.

ตั้งแต่วันนั้นนับเป็น “จุดตัดสินใจ” ว่าพี่จะเอาจริง

จะไม่เอาความสบายของตัวเองเป็นที่ตั้ง

จนทำให้คนข้างหลังต้องลำบาก

เราจะต้องพยายามเพื่อให้คนข้างหลังเราสบายขึ้นให้ได้

หลังจากนั้นพี่ก็ค่อย ๆ ลดการเล่นเกมลง

แล้วเปลี่ยนมาตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้า

ซึ่งก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่พี่เริ่มสอนหนังสือ

และทำงานเป็นติวเตอร์มาตั้งแต่ตอนนั้น

เรียกได้ว่า พี่พยายามมาก ๆ ที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

เพื่อให้ตัวเองสอบติดจริง ๆ

.

เอาจริง ๆ เชื่อว่าทุกวันนี้แม่พี่อาจจะจำเรื่องนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ

เพราะพี่ก็ไม่เคยเล่าให้แม่ตัวเองฟังเลย

แล้วก็ไม่ค่อยกล้าเล่าในคอร์สให้ทุกคนฟังด้วย

เพราะเล่ากี่ทีก็ร้องไห้โฮตลอด กลัวน้องตกใจกัน T___T

.

สุดท้ายแล้วพี่ก็ขอให้วันหนึ่ง น้องได้เจอ “จุดตัดสินใจ”

ที่อยากเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับตัวเอง เพื่อแลกกับอะไรบางสิ่ง

อาจจะเป็นการสอบเข้ามหาลัยฯ หรือเรื่องอื่นก็ได้

.

ตอนนั้นพี่ก็ไม่รู้หรอกว่าที่เราตั้งใจ ลงทุน ลงแรงไปทั้งหมด

มันจะไปถึงจุดหมายได้จริงไหม แต่ ณ วันนี้ที่ยังมีเวลา

และโอกาสให้ได้ลองลงมือทำ ก็อยากให้ทุกคนสู้ให้สุดแรง

เพื่อที่วันหนึ่งเราจะไม่กลับมาเสียใจทีหลังที่ไม่ได้พยายาม

อย่างเต็มที่ เพราะเราได้ทำมันอย่างดีที่สุดแล้วนั่นเอง

โพสต์นี้อาจจะยาวหน่อย แต่ก็หวังว่าเรื่องราวนี้ของพี่

จะทำให้คนที่ผ่านมาอ่าน ได้รับแรงบันดาลใจ

หรือกำลังใจติดกลับไปด้วยนะ น้องทำได้แน่นอน

จาก พี่ปั้น SmartMathPro

.

#SmartMathPro #ติวเตอร์ที่เป็นมากกว่าติวเตอร์

7/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ติดเกมหนักอาจคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วมันเริ่มต้นจากการมีจุดตัดสินใจที่ชัดเจนเหมือนพี่คนนี้ ที่เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวใหญ่ ๆ อย่างการล้มละลายและภาระหนี้สินหนัก ก็ทำให้เขามีกำลังใจที่จะเปลี่ยนชีวิต เพื่อสอบติดมหาวิทยาลัยและช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ จากประสบการณ์ส่วนตัว การพักผ่อนและดูแลสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้จะตั้งใจอ่านหนังสือหนัก แต่การรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อนจะช่วยให้ร่างกายและสมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับพี่ที่แม่ของเขาคอยเตือนเสมอว่าอย่าเครียดจนเกินไป เพราะความเครียดอาจกระทบต่อผลสอบ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้พี่คนนี้มีแรงผลักดันในการลดเวลาการเล่นเกมค่อย ๆ มุ่งเน้นการอ่านหนังสือและฝึกติวเตอร์ไปพร้อมกัน การทำงานเป็นติวเตอร์ไม่เพียงช่วยหารายได้ แต่ยังเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ในแง่ของการเตรียมตัวสอบ เทคนิคการจัดตารางเวลาและการเลือกวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองก็เป็นจุดหัวใจสำคัญ การอ่านหนังสือไม่จำเป็นต้องเข้มงวดจนเกินไป แต่ต้องมีความสม่ำเสมอและการทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ฝังแน่นและสามารถดึงออกมาใช้ได้ในเวลาสอบจริง เรื่องราวของพี่คนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวที่เป็นแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง แม้แม่จะลำบากแต่ก็ให้กำลังใจและอยู่เคียงข้าง ซึ่งจุดนี้ทำให้พี่มีพลังใจไม่ยอมแพ้และรู้สึกว่าความสำเร็จของตัวเองไม่ได้อยู่เพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น ขอสรุปว่า ถ้าใครกำลังรู้สึกหมดหวังหรือลังเล ขอให้หาจุดตัดสินใจเหมือนพี่ในเรื่องนี้ เพื่อเกิดแรงผลักดันที่จะยกระดับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ใจ และเมื่อเราตั้งใจลงมือทำอย่างเต็มที่ ความสำเร็จจะไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน