Automatically translated.View original post

Technical radiation. What are you studying? Find the answer!

Younger people interested in health science lines should be familiar with the name of radiotechnique.

But many people may not know what to learn yet?

.

I've already summarized the subjects you need to study in each class.

For four years, you will learn from basic science.

To radiation classes, with full training in tools.

.

This branch is also offered in many universities.

Under the School of Medicine, or the Technical School of Medicine,

.

So anyone who is interested in Radiation Techniques, save this post for reading and don't forget to prepare for the college entrance exam.

.

# Study to university # Dek70 # Faculty review # Faculty # SmartMathPro

9/24 Edited to

... Read moreถ้าเพิ่งเริ่มหาข้อมูลและสงสัยว่า “นักรังสีเทคนิค ต้องเรียนอะไร” ให้คิดภาพง่าย ๆ ว่าเราจะเรียนทั้งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ + การใช้รังสีและเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อ “วินิจฉัยและรักษาโรค” ค่ะ ตอนแรกเราก็แอบกังวลว่าจะยากไหม ต้องเก่งฟิสิกส์แค่ไหน แต่พอไล่ดูแผนการเรียนจริง ๆ จะเห็นว่าเขาปูพื้นให้เป็นลำดับ ภาพรวมสิ่งที่มักได้เรียนตลอด 4 ปี (แนว ๆ เดียวกันหลายมหาลัย) - ปี 1: ปูพื้นวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา เคมี/ชีวะพื้นฐาน ฟิสิกส์พื้นฐาน คณิต/สถิติ และภาษาอังกฤษสายวิทย์สุขภาพ ช่วงนี้เน้นสร้างฐานให้เข้าใจร่างกายและหลักการทางวิทย์ - ปี 2: เริ่มเข้ากลุ่มวิชาวิชาชีพมากขึ้น เช่น ฟิสิกส์รังสี หลักการถ่ายภาพทางการแพทย์ การดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น จริยธรรมและกฎหมายในงานรังสี (เรื่องความปลอดภัยจะมาเยอะ) - ปี 3: หนักไปทางเครื่องมือและระบบภาพ เช่น เอกซเรย์ทั่วไป เทคนิคการถ่ายภาพเฉพาะทาง CT/MRI/อัลตราซาวด์ (บางที่จัดอยู่คนละหมวด) การจัดท่าผู้ป่วย คุณภาพภาพ (image quality) และการควบคุมปริมาณรังสี - ปี 4: เน้นฝึกปฏิบัติ/ฝึกงานในโรงพยาบาล ได้เจอเคสจริง ทำงานร่วมกับแพทย์ พยาบาล และสหสาขา เรียนการสื่อสารกับผู้ป่วย การจัดการงานบริการ และบางหลักสูตรมีโปรเจกต์/วิจัยเล็ก ๆ สิ่งที่คนมักถามบ่อย: ต้องเก่งอะไรเป็นพิเศษ? - ฟิสิกส์: ช่วยมาก โดยเฉพาะเรื่องรังสีและเครื่องมือ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสายโอลิมปิก แนะนำให้แน่นเรื่องหน่วย การคำนวณเบื้องต้น และการอ่านกราฟ - ชีวะ/กายวิภาค: สำคัญ เพราะต้องเข้าใจอวัยวะเพื่อจัดท่าและอ่านภาพให้ถูก - ทักษะสื่อสาร: เวลาหน้างานต้องอธิบายขั้นตอนให้ผู้ป่วยเข้าใจ ลดความกังวล และทำงานให้ปลอดภัย เรื่อง “เครื่องมือทางการแพทย์” ที่มักได้เจอ โดยมากจะได้เรียนหลักการและการใช้งานของเครื่องเอกซเรย์ (X-ray), CT, MRI และบางที่มีอัลตราซาวด์/เวชศาสตร์นิวเคลียร์/รังสีรักษาเป็นรายวิชาเลือกหรือหมวดเฉพาะทาง จุดสำคัญคือการตั้งค่าที่เหมาะสม คุณภาพภาพ และความปลอดภัยจากรังสี (radiation safety) เลือกมหาลัยยังไงดี? สาขานี้มักอยู่ใต้คณะสหเวชศาสตร์หรือคณะเทคนิคการแพทย์ และมีหลายที่เปิดสอน (เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ) แนะนำให้ดู 3 อย่าง: 1) หมวดฝึกงานกี่ชั่วโมง/ฝึกที่ไหน 2) มีวิชาเลือกเฉพาะทางที่สนใจไหม 3) อุปกรณ์/ห้องปฏิบัติการและเครือข่ายโรงพยาบาลคู่ความร่วมมือ ทิปส์เตรียมตัวสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเข้ารังสีเทคนิค - ทบทวนฟิสิกส์พื้นฐาน + ชีวะกายวิภาค (อ่านให้เป็นระบบ) - ฝึกอังกฤษคำศัพท์ทางการแพทย์ เพราะเวลาอ่านคู่มือเครื่องมือ/บทความช่วยได้เยอะ - ถ้ามีโอกาส ลองไป open house หรือดูรีวิวฝึกงาน จะเห็นภาพงานจริงชัดขึ้น สรุปคือ “รังสีเทคนิค” ไม่ได้เรียนแค่การถ่ายเอกซเรย์อย่างเดียว แต่เป็นการผสมระหว่างวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิชาชีพด้านรังสี การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ และการฝึกปฏิบัติจริง ใครที่ชอบงานสุขภาพแต่ก็ชอบเทคโนโลยีและเครื่องมือ นี่เป็นสาขาที่น่าไปต่อมาก ๆ ค่ะ