Top up wizard with Nescafe
Who likes to eat coffee, don't forget to look at the yellow stripes to redeem 20 baht.
Really redeemable!
# Nescafa made to # Worth telling
ใครเป็นสายกาแฟเหมือนเรา นอกจากดูรสชาติแล้ว “ราคา” นี่มีผลมาก โดยเฉพาะเวลาแวะเซเว่นทุกวัน เราเลยลองสรุปแนวทางเช็กราคาและเลือกซื้อให้คุ้ม ทั้งกาแฟกดเซเว่นและกาแฟยี่ห้อต่างๆ ที่เจอบ่อย พร้อมทริค Nescafe แถบเหลืองที่เป็นเหมือน “ตัวช่วยเติมเงิน” เล็กๆ 1) กาแฟกดเซเว่น ราคา: ทำไมถึงไม่เท่ากันทุกแก้ว จากที่เราสังเกต ราคากาแฟกดจะขึ้นกับเมนู (ดำ/ลาเต้/มอคค่า), ขนาดแก้ว และโปรช่วงนั้นๆ บางทีมีดีลคู่กับขนมหรือคูปองในแอป ทำให้ราคาสุทธิถูกลงได้ ถ้าอยากรู้ราคาแบบชัวร์ แนะนำดูป้ายหน้าเครื่อง/หน้าเคาน์เตอร์ หรือเช็กในแอป/โปรโมชันหน้าร้าน เพราะบางสาขามีโปรไม่เหมือนกัน 2) เลือก “กาแฟยี่ห้อต่างๆ” ให้เหมาะกับงบและความเข้ม ถ้าชอบสะดวก เรามักสลับระหว่างกาแฟกดกับกาแฟซอง/กาแฟกระป๋อง - กาแฟกด: ได้ความสด กลิ่นชัด แต่ราคาต่อแก้วมักสูงกว่า - กาแฟซอง/สติ๊ก: คุมงบง่าย เหมาะพกไปทำงาน เติมน้ำร้อนก็จบ - กาแฟกระป๋อง/ขวด: สะดวกสุด แต่อย่าลืมดูน้ำตาล/แคลอรี ถ้าดื่มทุกวัน ส่วนตัวถ้าอยากได้กลิ่นกาแฟชัดๆ จะมองหาตัวที่ระบุว่าเข้ม/คั่วเข้ม หรือเป็นแนว Blend ที่บาลานซ์ดี 3) ทริคคุ้มๆ: มองหา Nescafe “แถบเหลือง” แลกเงินคืน 20 บาท อันนี้เราเจอแล้วใช้จริง: ก่อนหยิบ Nescafe ให้ดูที่แพ็กว่ามี “แถบเหลือง” ไหม (คล้ายสัญลักษณ์โปร/แคมเปญ) แล้วเก็บหลักฐานตามเงื่อนไขเพื่อไปแลกเงินคืน 20 บาทได้จริงๆ รู้สึกเหมือนได้ส่วนลด/เติมเงินกลับมา เหมาะกับคนที่ต้องซื้อกาแฟติดบ้านอยู่แล้ว 4) เช็กราคาให้คุ้มกว่าเดิม (ทำแล้วเวิร์ก) - ซื้อช่วงมีโปรแพ็กคู่/โปรสะสมแต้ม - เทียบราคาต่อหน่วย (เช่น ต่อซอง/ต่อกรัม) โดยเฉพาะกาแฟยี่ห้อต่างๆ ที่ขนาดแพ็กไม่เท่ากัน - ถ้าดื่มทุกวัน ลองสลับ “กาแฟกด” กับ “กาแฟซอง” บางวัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งเดือนได้ชัด หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้คนที่กำลังค้นหาเรื่องกาแฟกดเซเว่นราคาเท่าไหร่ หรือกำลังเลือกกาแฟยี่ห้อต่างๆ ตัดสินใจง่ายขึ้น ใครลองแลกเงินคืนจาก Nescafe แถบเหลืองแล้วได้ผลเหมือนกัน มาแชร์กันได้เลย