Skyflyer
รีวิว
เรามาช่วงกลางวันช่วงนี้มีโปร Summer Package
ก่อน 16:00
ตั๋วโปร 269
ตั๋วธรรมดา 320
เช่ากล้อง 250
ตั๋ว+กล้อง 499 บาท
อากาศร้อนหน่อยแต่ก็ไม่หวั่นเพราะกันแดดเราดี ขึ้นไปแล้วหมุนๆแปบนึงประมาณ 3 นาทีก็ลงมาแล้ว ไม่ทันดำหรอก
ได้ตั๋วมาก็เอามาสแกนตรงเคาเตอร์ แล้วก็ขึ้นไปชั้นสองเพื่อติดต่อกล้อง เขามีให้เลือก 2 ฟังก์ชั่นว่าอยากได้แบบไหน สอนวิธีใช้เบื้องต้น เตรียมเมมกันให้พร้อมเพราะพอลงมาแล้วตอนคืนกล้อง เขาก็ส่งข้อมูลเข้ามือถือเราเลยถ้าเป็น Type C
ก่อนขึ้นก็ฝากของที่ลอคเกอร์หรือตรงไข่ ปฏิบัติตามข้อห้าม รองเท้าที่เราใส่มาเสี่ยงหลุดก็ถอดไว้ นี่รอว่าจะมีคนอื่นขึ้นด้วยไหม ไม่มีมาสักทีรอบนั้นเหมือนเหมา ขึ้นคนเดียวจ้า จะกรี้ดก็เขินเดี๋ยวเขารู้ว่าใคร
มองดูแล้วอุปกรณ์มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ก็มีความคล่องตัวทำให้รู้สึกว่าปลอดภัย สายโซ่ต่างๆแข็งแรง ตัวล็อคไม่เปิดไม่หลุด และชัวร์ก็รอออกตัว
พอขึ้นไปก็เสียวนะ 135 เมตร สูงเท่าตึก 36 ชั้น ผมมัวแต่มองกล้องเลยไม่ทันได้กลัวมาก มันหวิวๆ กรุงเทพตอนบ่ายสามโคตรร้อนเลย แต่วิวก็สวยมากเช่ นกัน
Vibe โคตรดี เปิดประสบการณ์มุมมองใหม่ๆที่แอบใจหวิว แต่ชอบหว่ะ
ช่วงเวลาบ่ายสามข้อเสียคือร้อนแบบแดดเผา แต่ข้อดีคือคิวไม่ยาว กล้องไม่ต้องรอคิว ถ่ายวิดีโอมาหน้าไม่มืด เห็นกรุงเทพแบบทุกทิศทุกทาง คือเราไม่ได้มีความสุนทรีย์ที่จะเสพวิวเมืองยามฟ้าสองสี ก็เลยตอบโจทย์ช้อยนี้
ไว้มีโอกาสจะแวะมาใหม่ เลิฟอะไรแบบนี้มาก
การเดินทาง
เราลง Bts สะพานตากสิน เดินไปรอรถเมล์หน้าวัดยานนาวา ค่ารถ 15 บาท
ขากลับนั่งเรือฟรี (เริ่มเที่ยวแรก 16:00) จากเอเชียทีคมาลง Bts สะพานตากสิน
เผื่อใครกำลังหา “เครื่องเล่นเอเชียทีค” หรืออยากดูบรรยากาศ/รูปภาพของ เอเชียทีค สกาย (Asiatique Skyflyer) ก่อนตัดสินใจ เราสรุปสิ่งที่อยากรู้ไว้แบบอ่านจบแล้วไปได้เลย 1) Skyflyer คืออะไร น่ากลัวไหม? มันเป็นเครื่องเล่นชมวิวแบบหมุนรอบตัว 360° ทำให้เห็นกรุงเทพทุกทิศทาง ช่วงที่ขึ้นไปจะรู้สึกหวิวๆ ตามความสูง แต่โดยรวมเราให้ความรู้สึก “ปลอดภัย” มาก เพราะอุปกรณ์ล็อกแน่น เจ้าหน้าที่เช็กทุกขั้นตอนก่อนปล่อยรอบ ใครที่กลัวความสูง แนะนำให้โฟกัสที่การหายใจช้าๆ และมองวิวไกลๆ จะช่วยได้ (เราเองก็มัวแต่มองกล้องเลยกลัวน้อยลง) 2) ไปช่วงเวลาไหนดี ถ้าอยากได้รูปสวย/คนไม่เยอะ จากที่เราไปช่วงบ่าย คิวสั้นมาก ได้ขึ้นไว เหมาะกับคนที่อยากถ่ายวิดีโอ/ถ่ายรูปให้หน้าสว่าง ไม่ย้อนแสงมาก แต่ข้อเสียคือแดดแรงและร้อนจริง ถ้าอยากได้ฟีลพระอาทิตย์ใกล้ตกหรือท้องฟ้าสองสี รูปจะละมุนกว่า แต่อาจแลกมากับคนเยอะและต้องรอคิวนานขึ้น 3) เรื่อง “รูปภาพของ เอเชียทีค สกาย” ให้สวย ควรเตรียมอะไร - แนะนำให้ทากันแดดและพกแว่นกันแดด (แดดบ่ายค่อนข้างโหด) - เสื้อผ้า: สีอ่อนจะช่วยให้ภาพดูสว่าง ไม่ดูดความร้อน - ถ่ายวิดีโอ: ลองตั้งกล้องเป็นมุมกว้าง จะเก็บวิวกรุงเทพ 360 องศาได้สะใจ - ถ้าเช่ากล้อง: เตรียมเมม/เช็กพอร์ตมือถือไว้ โดยเฉพาะคนใช้ Type C จะโอนข้อมูลสะดวกมากหลังคืนอุปกรณ์ 4) ขั้นตอนคร่าวๆ ตอนหน้างาน (ไปครั้งแรกไม่งง) ซื้อตั๋ว/รับตั๋วแล้วนำไปสแกน จากนั้นขึ้นไปติดต่อเรื่องกล้อง (ถ้าเช่า) เขาจะอธิบายวิธีใช้และให้เลือกโหมดที่ต้องการ ก่อนขึ้นจริงอย่าลืมฝากของในล็อกเกอร์ และเช็กเรื่องรองเท้า ถ้าคู่ที่ใส่มาเสี่ยงหลุด แนะนำถอด/เปลี่ยนให้มั่นใจ จะเล่นได้สบายใจกว่า 5) ทริคเล็กๆ สำหรับคนอยากไปแบบชิล - ไปก่อน 16:00 ถ้าช่วงนั้นมีโปร จะคุ้มมาก - ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคน ลองไปวันธรรมดาช่วงบ่าย โอกาสได้รอบโล่งๆ สูง - หลังเล่นเสร็จ เดินเล่นเอเชียทีคต่อได้เลย ครบทั้งเครื่องเล่นเอเชียทีคและโซนถ่ายรูป โดยรวม Asiatique Skyflyer เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งความตื่นเต้นและวิวสวยในเวลาไม่นาน เหมาะมากกับคนอยากเปลี่ยนมุมมองกรุงเทพแบบ 360 องศา และอยากได้คอนเทนต์กลับไปแบบจบในทริปเดียว





















