Automatically translated.View original post

Banana ball curry

2025/8/23 Edited to

... Read moreถ้าใครค้นหา “แกงลูกกล้วย/แกงกล้วยดิบ” แล้วลังเลว่าเริ่มยังไงดี เรารวบรวมทริคที่ทำแล้วเวิร์กให้แบบบ้านๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่กลัวกล้วยฝาด หรืออยากทำเวอร์ชัน “แกงกล้วยดิบ ไม่ใส่กะทิ” ก็ทำได้เหมือนกัน 1) เลือกลูกกล้วยดิบให้ไม่ฝาด - เลือกกล้วยดิบแก่จัด (เปลือกเขียวอมเหลืองนิดๆ) จะมันและไม่ฝาดเท่ากล้วยอ่อน - ปอกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นแช่น้ำเกลือ (น้ำ + เกลือเล็กน้อย) หรือบีบมะนาวลงไปนิด เพื่อกันดำและลดความฝาด - บางบ้านชอบ “ลวก” กล้วยดิบก่อน 2-3 นาที แล้วค่อยเอาลงแกง จะช่วยให้เนื้อกล้วยไม่ฝาดและไม่เละง่าย 2) น้ำแกงให้หอมเครื่องแกงแบบอาหารใต้ - ถ้าใช้พริกแกงใต้สำเร็จรูป แนะนำผัดกับหัวกะทิหรือ “น้ำมันเล็กน้อย” จนหอมก่อน ค่อยเติมหางกะทิ/น้ำซุป จะได้กลิ่นเครื่องแกงชัด - ใส่สมุนไพรช่วยชูรสได้ เช่น ใบมะกรูดฉีก พริกสด และถ้ามีขมิ้นหรือพริกไทยอ่อนนิดๆ จะยิ่งหอม 3) ใส่เนื้ออะไรดี? แกงลูกกล้วยเข้ากับหลายอย่างมาก เราเคยลองทั้งไก่ หมู หรือปลา (ถ้าชอบกลิ่นปลาแบบใต้ๆ) ให้เลือกตามความถนัด - ถ้าใช้ไก่/หมู: ผัดพริกแกงแล้วใส่เนื้อลงผัดพอสะดุ้ง จะทำให้เนื้อไม่คาว - ถ้าใช้ปลา: ใช้ไฟอ่อนตอนใส่ปลา และคนเบาๆ กันปลาเละ 4) เคล็ดลับ “แกงใส่กะทิ” ไม่ให้แตกมัน - หลังใส่กะทิแล้วใช้ไฟกลางอ่อน และอย่าเดือดพล่านนาน - คนพอให้เข้ากัน ไม่ต้องคนถี่เกินไป - ปรุงรสทีละน้อย (เกลือ/น้ำปลา/น้ำตาลปลายช้อน) ชิมให้กลมกล่อมก่อนปิดไฟ 5) อยากทำ “แกงกล้วยดิบ ไม่ใส่กะทิ” ทำยังไง? ทำได้เหมือนกันค่ะ ได้ฟีลแกงใต้เบาๆ - ขั้นตอนเหมือนเดิม แต่แทนกะทิด้วยน้ำซุป (ซุปกระดูก/ซุปไก่) หรือน้ำเปล่า - เพิ่มความหอมด้วยใบมะกรูด พริกสด และอาจใส่หอมแดงบุบลงไป 2-3 หัว - รสชาติจะใสกว่า ไม่มัน แต่เผ็ดหอมเครื่องแกงได้เหมือนกัน ตอนเสิร์ฟเราแนะนำกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็เข้ากันมาก แกงสีเหลืองทองที่มีลูกกล้วยหั่นชิ้นๆ กับพริกและสมุนไพรคืออร่อยแบบบ้านๆ ที่กินได้เรื่อยๆ เลยค่ะ