รีวิวขอวีซ่าอเมริกาแบบทำเอง💯 | USA Visa🇺🇸

ต้องบอกก่อนว่าเราขอวีซ่าสำหรับไปท่องเที่ยว (b1/b2) นะคะ แล้วก็ได้มา 10 ปีค่า💖

เราใช้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มขอ-ได้รับพาสปอร์ตคืนประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น

และเรายังไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมอะไรเลย แค่วางแผนวันที่คร่าวๆว่าจะไปวันไหนเท่านั้น

✅ ขั้นตอนแรก สำหรับเรา คือ ไปถ่ายรูป เพราะรูปภาพสำหรับขอวีซ่าต้องไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่เราไปสัมภาษณ์ + มีขนาด 2*2“

✅ ขั้นตอนที่สอง คือ กรอกเอกสาร DS160 (ไม่ยาก แต่รายละเอียดเยอะมากๆ)

✅ ขั้นตอนที่สาม คือ การทำโปรไฟล์เพื่อนัดหมายวันสัมภาษณ์ปละจ่ายเงินค่าวีซ่า 185$

✅ ขั้นตอนที่สี่ คือ ไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายกันค่า

*แนะนำว่าไปล่วงหน้าแค่ 10-15 นาทีก็พอนะคะ เพราะไม่ได้มีพื้นที่รอเยอะ*

📍สำหรับคำถามที่เราเจอ คือ

- what’s your purpose of visit? (จุดประสงค์ในการไปคืออะไร)

- what states do you intend to go? (ตั้งใจไปรัฐไหน)

- how long do you plan to stay? (จะอยู่นานแค่ไหน)

- can you describe more about your job? (อธิบายเนื้องานให้ฟังเพิ่มได้ไหม)

🌟ทริค คือ พยายามอย่าล่ก + ยิ้มให้ผู้สัมภาษณ์

จริงใจและตอบให้ตรงคำถามที่เค้าถามมา + ตรงกับที่กรอกในเอกสาร ds160 ไปด้วย

🇺🇸 ถ้าใครที่ผ่านเค้าก็จะบอกเลยนะคะว่า “Your Visa got approved” แล้วก็จะเก็บพาสปอร์ตของเราไป หลังจากนั้นเราก็ไปรับพาสปอร์ตคืนหลังจากผ่านคือประมาณไม่เกิน 5 วันทำการ

📍location ที่ไปรับ คือ Aramex Thailand (พัฒนาการ)

#วีซ่าอเมริกา #วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา #ยื่นวีซ่าด้วยตัวเอง #รีวิวสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา #ขอวีซ่าอเมริกา

Embassy of South Africa
2025/8/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถาม 3 เรื่องเหมือนกันคือ “จองคิววีซ่าอเมริกา”, “visa B1/B2 คืออะไร” และ “ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ต้องใช้ยังไง” เลยขอมาเล่าทริคจากประสบการณ์ทำเองแบบเข้าใจง่าย (เผื่อช่วยลดความล่กก่อนวันสัมภาษณ์ค่ะ) 1) visa B1/B2 คืออะไร? B1/B2 คือวีซ่าชั่วคราวสำหรับ “ไปธุรกิจ/ไปเที่ยว” ที่คนไทยนิยมมากที่สุด - B1 = ไปประชุม ไปพบลูกค้า ไปงานแฟร์ (ไม่ได้ไปทำงานรับเงินที่อเมริกา) - B2 = ไปท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ รักษาพยาบาล ส่วนใหญ่สถานทูตจะออกเป็น B1/B2 คู่กันเลย เวลาเรากรอก DS-160 ก็เลือกประเภทให้ตรงตามวัตถุประสงค์จริงของเรา และสิ่งสำคัญคือ “คำตอบวันสัมภาษณ์ต้องสอดคล้องกับ DS-160” ค่ะ 2) จองคิววีซ่าอเมริกา (นัดสัมภาษณ์) ทำยังไงให้ไม่พลาด หลังกรอก DS-160 เสร็จ ให้จด/แคป “เลข DS-160 Confirmation” เก็บไว้ก่อน เพราะต้องใช้ผูกกับโปรไฟล์นัดหมาย จากนั้นโดยทั่วไปจะเป็นลำดับนี้ - สร้างบัญชีสำหรับนัดสัมภาษณ์ (โปรไฟล์ผู้สมัคร) - เลือกประเภทวีซ่า (B1/B2) และกรอกข้อมูลพาสปอร์ต/ข้อมูลติดต่อ - ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (ตามที่ระบบแสดง) - เลือกสถานที่สัมภาษณ์และวัน-เวลา ทริคของเรา: ก่อนกดล็อกวันนัด ให้เช็กชื่อ-นามสกุล/เลขพาสปอร์ต/เลข DS-160 ว่าตรงทุกจุด เพราะถ้าพิมพ์ผิดบางอย่างแก้ทีหลังจะเสียเวลา และอาจกระทบวันนัดได้ค่ะ 3) ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา คืออะไร ต้องพิมพ์ไปไหม? ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ (Appointment Confirmation) คือเอกสารที่ระบบออกให้หลังจองวันสัมภาษณ์สำเร็จ ปกติจะมีรายละเอียดสำคัญ เช่น - ชื่อผู้สมัคร - วันและเวลานัดสัมภาษณ์ - สถานที่สัมภาษณ์ - หมายเลขยืนยัน/บาร์โค้ด (ถ้ามี) ของเราคือ “พิมพ์ไป 1 แผ่น” อุ่นใจกว่า และเอาไว้ยื่นตอนเช็คอินหน้างานได้ไวขึ้น (แนะนำพิมพ์ DS-160 Confirmation ไปด้วย) เช็กลิสต์เอกสารที่เราเตรียมไปวันสัมภาษณ์ (ฉบับกันลืม) - พาสปอร์ตเล่มจริง - รูปถ่าย 2x2 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน - ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ - DS-160 Confirmation - ใบเสร็จ/หลักฐานการชำระเงิน (ถ้ามี) - เอกสารประกอบความผูกพันในไทย เช่น หนังสือรับรองงาน/สลิปเงินเดือน/เอกสารธุรกิจ/ตารางทริปคร่าวๆ (ไม่ได้จำเป็นทุกคน แต่พกไว้เผื่อถูกขอดู) สุดท้ายก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ เราเน้น 2 อย่าง: ตอบสั้น ชัด ตรงคำถาม + ยิ้มและไม่รีบพูด (ถ้าไม่ฟังไม่ทัน ขอให้เค้าทวนได้) แล้วทุกอย่างจะไหลลื่นขึ้นมากค่ะ

ค้นหา ·
รีวิวสัมภาษณ์วีซ่า b1/b2

17 ความคิดเห็น

รูปภาพของ KajornOsathanond
KajornOsathanond

❤️❤️...ขอบคุณ...เคล็ดลับ...ดีๆครับ...❤️

รูปภาพของ Coco🧸
Coco🧸

ขอบคุณมากค่ะ ยินดีด้วยค่ะ❤️

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม