自動翻訳されています。元の投稿を表示する

彼は私に、彼がやらなかった最後の事件を話しました:親愛なるサイコパス。

こんにちは、今日は「Dear Psychopath」という本を復習しましょう。

それは、地域社会に愛されるパン屋のオーナーである灰村の物語ですが、彼は完璧主義を満たすために被害者に対して想像を絶する残忍なアプローチをした💀の事件で逮捕され、死刑判決を受けました。処刑される前に、彼は彼のパン屋の顧客であった家族についての結び目を持つ普通の学生である「マサヤ」に手紙を書きました。灰村は、最後の事件がマサヤに真実を調査するように頼んだものではないと主張しました。

問題は、正也が昔の灰村の事件と生活を調査し、彼が連続教区になると信じていない人々、彼を信じる人々、そして彼を憎む人々を見つけることです。

しかし、最終的にどのように真実が明らかになっても、彼は高いIQを持つサイコパスです。行動する方法は、被害者の爪を取り除いて自分の完璧主義者を満足させることです。

****読者のためのネタバレ&トークは終わりました****

正直に言って、私たちはまだ彼らがいつだまされたのかわかりませんが、再び、私は心の中で誓います、ねえ!

#殺人事件の書評 #レモンでドラッグサイン8 #レモン8クラブ #サイコパス、ベイビー

1/9 に編集しました

... もっと見るเห็นคนเสิร์ชกันเยอะมากว่า “ไซโคพาธที่รัก หนัง” ทำเป็นภาพยนตร์แล้วหรือยัง? ตอนเราอ่านเล่มนี้ก็แอบคิดเหมือนกันว่าพล็อตมัน “เหมาะจะเป็นหนัง” มาก ๆ เพราะโทนเรื่องคือดาร์กแบบกดดัน ตั้งแต่ฉากร้านเบเกอรี่/ขนมปังที่ดูอบอุ่น แต่ตัดกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่โหดและมี “จดหมาย” เป็นแกนหลักของการเล่าเรื่อง ทำให้ภาพในหัวมันชัดเหมือนกำลังดูซีนในหนังเลย ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเวอร์ชันหนัง แนะนำให้เช็กจากช่องทางทางการของสำนักพิมพ์/ผู้ถือลิขสิทธิ์ หรือหน้าปกหลังหนังสือ (บางครั้งจะมีระบุเรื่องการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์/ซีรีส์ไว้) เพราะคำว่า “หนัง” ที่คนพูดถึงกัน อาจเป็นทั้งข่าวลือ งานที่ประกาศไว้แต่ยังไม่เข้าฉาย หรือมีเวอร์ชันที่ต่างประเทศก็ได้ ส่วนตัวเราอ่านจากเล่มก่อน เพราะต่อให้มีหนังจริง การรู้พล็อตหลักแบบไม่โดนสปอยก็จะสนุกกว่าเวลาค่อยไปตามดู สำหรับคนที่เล็งจะอ่านเพื่อรอหนัง สิ่งที่ทำให้เล่มนี้น่าตามคือคอนเซ็ปต์ “เขาบอกว่าคดีสุดท้ายเขาไม่ได้ลงมือ ผมจะเชื่อเขาดีรึเปล่า?” มันเล่นกับความไว้ใจคนอ่านตลอดทาง เราจะตามมุมมองของมาซายะที่ไปไล่สืบประวัติและตัวตนของฮาอิมูระผ่านคนรอบข้าง—บางคนศรัทธา บางคนรังเกียจ บางคนไม่เชื่อว่าเขาทำได้จริง—ซึ่งอารมณ์เหมือนหนังสืบสวนที่ตัดสลับคำให้การไปเรื่อย ๆ อีกจุดที่เหมาะกับการเป็นภาพยนตร์คือ “บรรยากาศ” ในร้านเบเกอรี่: ภาพคนทำขนม วัตถุดิบ กลิ่นขนมปัง/ครัวซองต์ (ในหัวเราคืออบอุ่นมาก) แล้วโดนกระชากไปเจอความจริงโหด ๆ ของคดี มันให้ความรู้สึกขัดแย้งที่น่ากลัว และช่วยขับให้คาแรกเตอร์ฆาตกรดูซับซ้อนขึ้น ไม่ได้ร้ายแบบแบน ๆ ถ้าคุณจะเริ่มอ่านเพราะอยากรู้ก่อนดูหนัง (หรือระหว่างรอข่าวหนัง) เราแนะนำทริคเล็ก ๆ: อย่าอ่านสปอย/รีวิวเฉลยเยอะ และพยายามเก็บ “รายละเอียดเล็ก ๆ” อย่างคำพูดในจดหมายกับแรงจูงใจของแต่ละคน เพราะเล่มนี้สนุกตรงจุดที่เราเผลอเชื่อบางอย่างไปเอง แล้วค่อยรู้ตัวทีหลังว่าถูกผู้เขียนพาไปอีกทางจริง ๆ