To get through this time, people are allergic to acne. Got it.
I was so allergic that I got this one to try and use it.
Here's de Leaf Tanakha's face foam wash.
It is the brand's newest product. Used to feel that acne, inflammation, clogs, the face gradually disappear. Used, the face is not dry, tight.
Now I like my face very much. Use it all morning.
Good skin, more durable makeup.
Anyone with acne must try to recommend it.
สำหรับใครที่กำลังหา “โฟมล้างหน้าทานาคา” แล้วลังเลว่าจะเหมาะกับผิวแพ้ง่าย/เป็นสิวไหม เราขอแชร์วิธีใช้และทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้เห็นผลกับสิวแบบอ่อนโยนขึ้น (จากประสบการณ์ส่วนตัวนะ) อย่างแรกที่เราชอบของโฟมล้างหน้าทานาคาแนวนี้คือ “ฟองวิป” ที่นุ่มละเอียด ล้างแล้วลดการเสียดสีบนผิว โดยเฉพาะวันที่สิวอักเสบแดงๆ ถ้าถูแรงๆ จะยิ่งระคายเคืองง่ายมาก เราจะตีฟองให้แน่นก่อนแล้วค่อยกดๆ ลูบเบาๆ ให้ทั่วหน้า เน้นบริเวณทีโซนและแนวกรอบหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่น้ำอุ่นจัด (น้ำอุ่นมากบางทีทำให้หน้าแห้งและมันย้อนกลับ) ส่วนผสมที่เห็นบ่อยในโฟมล้างหน้าทานาคาแบบที่เราใช้จะมี “ทานาคา” ช่วยปลอบประโลมผิว และบางสูตรมีจิงจูฉ่ายกับ Salicylic Acid แบบแคปซูล (Encapsulated Salicylic Acid) ที่ช่วยเรื่องสิวอุดตันและความมันได้แบบค่อยเป็นค่อยไป สำหรับเราเคล็ดลับคืออย่ารีบคาดหวังข้ามคืน เราให้เวลาประมาณ 2–4 สัปดาห์ถึงเริ่มรู้สึกว่าสิวอักเสบใหม่ขึ้นน้อยลง และผิวไม่แห้งตึงหลังล้าง วิธีใช้ที่เข้ากับคนเป็นสิวของเรา: - เช้า: ล้างหน้า 1 รอบ แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์เนื้อบาง + กันแดด (สำคัญมาก เพราะถ้าผิวอักเสบแล้วโดนแดด รอยแดง/รอยสิวจะอยู่นาน) - เย็น: ถ้าแต่งหน้า/ทากันแดด เราจะล้างด้วยคลีนซิ่งก่อน 1 รอบ แล้วค่อยตามด้วยโฟมล้างหน้าทานาคาอีก 1 รอบ เพื่อให้สะอาดจริง แต่ไม่ต้องถูแรง อีกอย่างที่ช่วยให้สิวลดคือ “อย่าล้างหน้าถี่เกิน” บางช่วงเราเคยล้างบ่อยเพราะรู้สึกมัน สุดท้ายผิวแห้งและสิวเห่อกว่าเดิม พอปรับมาล้างแค่เช้า–เย็นสม่ำเสมอ ผิวเริ่มบาลานซ์ขึ้น แต่งหน้าก็ติดทนขึ้นด้วย ถ้าคุณผิวแพ้ง่ายมาก แนะนำทดสอบก่อนใช้จริง: แตะฟองบริเวณกราม/หลังใบหู 1–2 วันดูว่ามีผื่นคันไหม และช่วงแรกอาจเริ่มใช้วันละครั้งก่อน พอผิวโอเคค่อยเพิ่มเป็นเช้า–เย็น แบบนี้เซฟผิวและลดโอกาสระคายเคืองได้เยอะเลย




