Automatically translated.View original post

Royal works, grandfather Nak Temple, bell

🙏 open, share only monks without cartridges. ❤️

Handsome, Master to Prom Rays, 180-year Memorial Version, Royal Work, Grandfather Nak Temple, Bells, 1968, Beautiful Condition, Original Skin 1, Rare Print, Very Well With Permission to Open Price 2590 Baht, Includes Shipping

Handsome, Bell-Ringing, His Majesty the King (Grown), 180th Anniversary Celebration, Mixed Gold Texture, 1968, Rare Print, Beautiful Condition

The statue of the King of the King (Tonto), the King of Naga, the Temple of the Bell, was built in 1968 on the 180th anniversary of the King of the King's Majesty (Tonto Prom Rang) by Luang Phu Nak Thra, the former abbot of the Klangkoxitaram Temple, with the construction of a handsome portrait with a 9-inch and 5-inch scoop and a number of bells like the King's Highness for the Athana to commemorate the fallen teacher. As in that year, Luang Pha Nak reached the age of 6 times (72 years), so the Board made a great ceremony and these monks were worshipped after the ceremony. How many days?

4/9 Edited to

... Read moreเวลาคนค้นหา “พระสมเด็จพุฒาจารย์(โต) ทุกรุ่น” ส่วนใหญ่จะอยากได้ภาพรวมว่าแต่ละ “สาย/แบบ” ของท่านสมเด็จโตมีอะไรบ้าง แล้วควรเริ่มศึกษาอย่างไรไม่ให้หลงทาง จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาเจอคำว่า “ทุกรุ่น” ฉันจะไล่ดูเป็นหมวดใหญ่ๆ ก่อน แล้วค่อยเจาะรุ่นที่สนใจจริง เช่นรุ่นที่เกี่ยวกับวัดระฆัง และรุ่นที่มีผู้จัดสร้างชัดเจนอย่าง “หลวงปู่นาค วัดระฆัง” ภาพรวมแบบเข้าใจง่าย พระที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพุฒาจารย์(โต) มักพบได้ทั้ง “พระสมเด็จเนื้อผง” (แนวพระผงพิมพ์ต่างๆ) และ “รูปเหมือน/รูปหล่อ/อุดกริ่ง” สำหรับสายที่ชอบพกติดตัว รูปเหมือนอุดกริ่งจะได้รับความนิยมเพราะทน ใช้งานง่าย และมีรายละเอียดงานหล่อให้สังเกต ส่วนองค์บูชาก็มีหลายขนาด เช่นที่พบเล่ากันว่ามีหน้าตัก 5 นิ้ว และ 9 นิ้วในบางวาระ ถ้าโฟกัสมาที่สาย “รุ่นอนุสรณ์วันสมภพครบ 180 ปี” ที่จัดสร้างปี พ.ศ. 2511 (วัดระฆัง) จุดที่ฉันใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจบูชามีประมาณนี้ 1) ดูความสอดคล้องของข้อมูลรุ่น: ชื่อรุ่นควรโยงกับวาระ “ครบ 180 ปีแห่งพระราชสมภพ” และระบุปี 2511 ให้ชัด รวมถึงคำอธิบายว่าเป็นผลงานหลวงปู่นาค วัดระฆัง 2) สภาพผิวและความเป็นธรรมชาติ: องค์ที่ “ผิวเดิม” มักดูนวลตา มีความเก่าแบบธรรมชาติ ไม่เงาวับเกินจริง รอยสัมผัสตามซอกลึกจะไม่ดูใหม่จนแปลกตา (โดยเฉพาะงานเนื้อทองผสม/โลหะผสม) 3) รายละเอียดพิมพ์: รุ่นนี้มีพิมพ์ที่พบยาก บางองค์เส้นสายใบหน้า/จีวรจะคมแบบมีมิติ ดูแล้ว “ไม่แบน” และไม่เลอะเป็นปื้น (ฉันชอบซูมดูบริเวณใบหน้าและช่วงจีวรเป็นพิเศษ) 4) ร่องรอยการอุดกริ่ง/เสียงกริ่ง: ถ้าเป็นสายอุดกริ่ง ลองฟังเสียงเบาๆ และดูงานปิดก้นว่าดูเรียบร้อยสมยุคไหม (ไม่ใช่ปิดใหม่แบบเห็นกาว/รอยทำเพิ่มชัดๆ) 5) แหล่งที่มาและรูปถ่าย: ขอรูปหลายมุม ใกล้-ไกล ใต้ฐาน ด้านข้าง และถามประวัติการได้มาให้ครบ ต่อให้เราไม่ได้ “เล่นพระ” แบบจริงจัง การมีข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก สุดท้าย ถ้าตั้งใจศึกษาคำว่า “พระสมเด็จพุฒาจารย์(โต) ทุกรุ่น” จริงๆ ฉันแนะนำให้เริ่มจากรุ่นที่ “ข้อมูลการสร้างชัด” ก่อน (เช่น รุ่นวัดระฆังที่ระบุปีและผู้อธิษฐาน/ผู้ดำริการสร้างชัดเจน) แล้วค่อยขยายไปหมวดอื่น จะทำให้ดูพระได้เป็นระบบ ไม่สับสน และเลือกบูชาได้ตรงใจมากขึ้น