คุกที่ใช้ขังพระราชวงศ์พม่า

แผ่นหินสังหาร (สีเทาๆคล้านหินแกนิต)

แผ่นหินนี้ใช้รองร่างเจ้านายราชวงศ์พม่า ก่อนจะสังหาร และนำพระศพไปฝังท้ายวัง

(เดิมแผ่นหินนี้คือแผ่นเดียว น่าจะแตกตอนขนย้ายจึงดูเป็นสองแผ่น)

เจ้าชายโทนเซ และพระโอรส รวมถึง ปะมอมิงจี ก็ถูกสังหารที่แผ่นหินนี้ ซึ่งรายพระนามที่กล่าวมาเป็นเชื้อสายพระราชวงศ์บ้านพลูหลวงจากกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะ พระมารดาของเจ้าชายโทนเซ คือ พระนางกุมมะเทวี หลานพระเจ้าเอกทัศ ที่ได้เป็นพระเมเหสีของพระเจ้ามินดง ส่วน ปะมอ มิง จี คือ พระอนุชาของพระนางกุมมะเทวี

ขณะที่เจ้าชายโทนเซ ถูกจับ ได้ส่งข่าวไปแจ้งยังน้าชายคือ ปะมอ มิง จี ซึ่งเป็นขุนนาง เมืองปะมอ ให้มาช่วย ปะมอ มิงจี จึงนำกำลังมาช่วย ทำให้เป็นสาเหตุให้ถูกจับและสังหารในคราวเดียวกัน

แผ่นหินนี้อยู่ในคุก ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครับ

#ตามรอยอยุธยาในอังวะ

7/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การเยี่ยมชมพระราชวังมัณฑะเลย์ ฉันได้เห็นและสัมผัสถึงความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์พม่าอย่างแท้จริง หนึ่งในสถานที่ที่ตราตรึงใจคือคุกที่ใช้ขังและประหารพระราชวงศ์พม่า ที่มีแผ่นหินสีเทาคล้ายน้ำแกนิตวางรองรับร่างผู้ถูกประหาร แผ่นหินนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโหดร้ายและความเศร้าสลดที่ผูกพันกับเรื่องราวของเจ้าชายโทนเซและปะมอมิงจี ซึ่งเป็นเชื้อสายพระราชวงศ์บ้านพลูหลวงที่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกรุงศรีอยุธยา การได้เรียนรู้ว่าแผ่นหินนี้เคยเป็นแผ่นเดียวก่อนจะแตกออกในระหว่างการเคลื่อนย้าย มาเป็นสองแผ่น ทำให้เรารับรู้ถึงความไม่แน่นอนและความเปราะบางของชะตากรรมมนุษย์ในยุคนั้น เรื่องราวของเจ้าชายโทนเซที่พยายามส่งข่าวเพื่อขอความช่วยเหลือจากน้าชาย รวมถึงการที่ปะมอมิงจีถูกจับและสังหารพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความยุ่งเหยิงในราชสำนักพม่าและความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างราชวงศ์ คุกและแผ่นหินนี้ยังเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้เรามีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับการเมืองและประวัติศาสตร์ของพม่าที่ผูกพันกับอยุธยา การได้ชมและสัมผัสสถานที่จริงยังทำให้ตระหนักว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าในหนังสือ แต่มีชีวิตและเสียงสะท้อนในทุกมุมของสถานที่เหล่านี้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าในการศึกษาประวัติศาสตร์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผู้ที่หลงใหลในการสะสมความรู้และเดินทางตามรอยประวัติศาสตร์ อยากแนะนำให้มาสัมผัสสถานที่จริงที่พระราชวังมัณฑะเลย์ เพื่อเปิดมุมมองและเข้าใจเรื่องราวของพระราชวงศ์พม่าอย่างลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมกับร่วมเรียนรู้ถึงความผูกพันทางประวัติศาสตร์ระหว่างพม่าและไทยในยุคกรุงศรีอยุธยา ซึ่งทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องราวในอดีต แต่เป็นแรงบันดาลใจและบทเรียนสำหรับอนาคต