คุณแม่ตั้งครรภ์ ควรดื่มน้ำเยอะๆ

โดยทั่วไปคุณแม่ตั้งครรภ์มักต้องการน้ำประมาณ 2–3 ลิตรต่อวัน (รวมจากน้ำเปล่า นม ซุป ผลไม้ ฯลฯ) แต่ปริมาณอาจเพิ่มขึ้นถ้าอากาศร้อน เหงื่อออกมาก หรือออกกำลังกาย

สังเกตง่าย ๆ ว่าดื่มพอไหม:

- ปัสสาวะสีเหลืองอ่อน → มักถือว่าโอเค

- ปัสสาวะเข้ม ปากแห้ง เวียนหัว อ่อนเพลีย → อาจดื่มน้ำน้อยเกินไป

เคล็ดลับ:

- จิบน้ำเรื่อย ๆ ตลอดวัน ไม่ต้องรอให้กระหาย

- พกขวดน้ำติดตัว

- ถ้าคลื่นไส้ ลองดื่มทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง

- ลดเครื่องดื่มหวานจัดหรือคาเฟอีนมากเกินไป

5/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของแม่ตั้งครรภ์หลายท่าน การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแม่ทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ด้วยค่ะ น้ำช่วยลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปยังทารกในครรภ์พร้อมกับการขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอาการบวมน้ำ คลายอาการท้องผูกที่มักเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ และช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลายคนอาจสงสัยว่าปริมาณน้ำ 2-3 ลิตรต่อวันเพียงพอหรือไม่ จริงๆ แล้วขึ้นกับสภาพอากาศและกิจกรรมของแต่ละวันด้วยนะคะ เช่น วันที่ร้อนจัดหรือมีการออกกำลังกายอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้น นอกจากนี้ควรจิบเรื่อยๆ ตลอดวัน อย่ารอให้กระหายน้ำ เพราะร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเมื่อขาดน้ำแล้ว สังเกตง่ายๆ หากปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อน เป็นสัญญาณว่าดื่มน้ำได้พอสมควร แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้ม ปากแห้ง หรือรู้สึกเวียนหัว อ่อนเพลีย ควรเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มมากขึ้น พร้อมหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือหวานจัดมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ สำหรับคุณแม่ที่รู้สึกคลื่นไส้ แนะนำลองดื่มน้ำครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยให้อาการคลื่นไส้ลดลงและสามารถดื่มน้ำได้มากขึ้น สุดท้าย อย่าลืมพกขวดน้ำติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อเตือนให้ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ